ภาพลวง Chapter Final

posted on 06 Oct 2008 10:16 by virginterritory in AMirageofTrueLove

Chapter 3
...............................................................

สายพานลำเลียงกระเป๋าผู้โดยสารออกมาจากใต้ท้องเครื่อง แอ้มยืนรอด้วยใจกระวนกระวาย พลางยกแขนดูนาฬิกาไปด้วยทุกๆ สิบนาที มีคนรอเธออยู่ที่ด้านนอก ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะชื่อ วิทย์ ใช่มั้ยนะ... หล่อนกดโทรศัพท์มือถือดูเบอร์ล่าสุดที่โทรออก ไม่ใช่ วัฒิตะหาก

คนนี้เจอกันตอนงานสัมมนารวมระหว่างบริษัทในเครือ เห็นว่ากำลังจะได้เลื่อนเป็นผู้จัดการสาขา หน้าตาไม่ขี้ริ้วเป็นพอ ถ้าอนาคตดี อนาคตไกลก็น่าสน แต่จะว่าไปแล้ว เธอโทรหาเขาเป็นคนที่สาม หลังจากสองคนแรกไม่ว่างมารับ

แอ้มลากกระเป๋าเดินทางออกมาในส่วนรอรับผู้โดยสาร ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดคอโปโลปักลายจระเข้ที่หน้าอก กับกางเกงแสล๊คขาสั้นลายสก๊อตสีครีม รองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดตา เขาโบกมือให้เธอพร้อมกับยิ้มกว้าง
พี่วัฒิมารอนานไหมคะ เธอส่งเสียงใสทักทาย
สักพักใหญ่ๆ ครับ พอน้องแอ้มโทรมาบอกว่ากำลังจะขึ้นเครื่อง พี่ก็ขับรถออกจากบ้านมารอรับเลย
เขาพาเธอไปแวะทานอาหารอิตาเลียน เสร็จแล้วไปนั่งฟังเพลง จิบไวน์ที่
lounge ของโรงแรมหรู แทบไม่ต้องให้เดา ว่าเรื่องราวทำนองนี้จะไปจบลงที่ไหน เธอไม่ใช่ไม่รู้ เพียงแค่ไม่ใส่ใจ เธอเชื่อเสมอว่าผู้หญิงยุคใหม่ที่ทำงานเก่ง หาเงินได้เยอะเทียบเท่ากับผู้ชาย ไม่จำเป็นต้องผูกมัดตัวเองกับใคร เธอมีสิทธิ์หาความสุขให้กับตัวเองได้เท่าที่ต้องการ จะ free sex, one night stand, swinging หรืออะไรแล้วยังไง ถ้าอะไรที่ทำแล้วมีความสุขเธอก็ทำ เธอทำงานหนัก ดังนั้นเธอจะใช้จ่ายซื้อของปรนเปรอตัวเองยังไงก็ได้ หญิงสาวเฝ้าบอกกับตัวเองเสมอว่าเธอไม่ได้ต้องการความรัก เธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภท needy เธออยู่คนเดียวได้ แต่ถ้าเหงา เราก็เจอกัน นั่นล่ะ สโลแกนของเธอ

เพราะเธอไม่ได้เกิดมารวยเหมือนหยง ก็ช่วยไม่ได้ที่เธอจะต้องต่อสู้ดิ้นรน เพื่ออยากให้ตัวเองสบาย อยากจะมีอะไรๆ เหมือนที่คนอื่นมี
เพราะเธอไม่ได้เกิดมาสวยเหมือนมด เธอก็ต้องใช้ความสามารถในการทำงานเข้าสู้

เพราะเธอไม่ได้เก่งเหมือนนุจ เธอต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองก้าวหน้า ถ้าเป็นคนเก่งแล้วจมปลัก เธอขอเป็นคนธรรมดาที่เดินไปข้างหน้าดีกว่า

แต่เธอก็ยอมรับกับตัวเอง บางครั้งเธอก็เหนื่อย
อยากมีพ่อแม่ไว้คอยปรึกษา แต่ก็พึ่งพาไม่ได้

การอยู่คนเดียวในโลกนี้ บางทีมันก็โหดร้าย

โลกที่ไม่มีเพื่อนจริงใจ ไม่มีใครรักจริง

วันนี้เธอนอนข้างผู้ชายคนนี้ อีกวันเธอต้องนอนกอดหมอนคนเดียว อีกคืนเธอต้องพึ่งดิลโด้ หรืออีกวันเธอต้องโทรหาใครใน
list อีก

เธอลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มร่นลงไปกองที่ตัก เผยให้เห็นร่างเปลือยเปล่า เธอหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด ขยับหมอนเพื่อนั่งพิงพนักหัวเตียง ใจของเธอครุ่นคิด

แอ้ม แกทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร แกไม่คิดจะรักใครจริงจังบ้างเหรอ

เสียงของนุจดังแว่วขึ้นมา

ความรัก มันเป็นแค่นิยายหลอกเด็ก หลอกให้ผู้หญิงที่เก่งกล้าสามารถกลับไปศิโรราบเป็นลูกแมวน้อยเหมือนเดิม เธอคิด....ไม่มีทางหรอกนุจ ฉันจะไม่รักใคร
ฉันรักแต่ตัวเอง นั่นแหละ ดีที่สุดแล้ว

ชายหนุ่มที่นอนอยู่ด้านข้างขยับตัว ส่งเสียงงัวเงีย เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ มือเริ่มเปะปะลามไปทั่ว เธอปล่อยให้สัญชาตญาณตอบสนอง ให้ปฏิกิริยาของร่างกายทำหน้าที่ของมันไปตามอัตโนมัติ

โดยที่หัวสมอง ยังคงล่องลอย ไปในความคิดที่หาคำตอบแน่ชัดไม่ได้

......................................................................................

นุจรีเดินสะพายกระเป๋า Guess ใบเดิมที่เพิ่งถอยมาเมื่อเดือนก่อน เธอกวาดสายตามองไปทั่วชั้นวาง ไม่เจออะไรถูกใจนอกจากรองเท้าส้นสูงสีเงิน มันเป็นคอลเลคชั่นล่าสุดของฤดูหนาวปีนี้ สีเงินของมันสะท้อนแสงไฟจากหลอด Halogen ที่ตกกระทบ ราวกับเชื้อเชิญให้หล่อนจับจองเป็นเจ้าของ
ถ้าไม่นับสองคู่ที่เพิ่งซื้อไปเมื่อเดือนก่อน เธอก็ไม่ได้ซื้อรองเท้าตั้งนานแล้วนี่นะ

ถ้าเจอแบบที่ถูกใจ ก็น่าจะรีบซื้อไว้.....

เธอจ้องมันไม่วางตา เป็นเวลากว่าสิบนาที

อานนท์เดินมาหยุดยืนอยู่ด้านข้างตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
อยากได้เหรอนุจ เขาถามยิ้มๆ แต่นุจเพิ่งซื้อไปนี่นา คล้ายๆ กันด้วย
อือ เธอครางเบาๆ ในลำคอ นึกขัดใจนิดๆ ว่าไม่น่าพาเขามาด้วย จะซื้ออะไรก็คอยขัดอยู่เรื่อย
เก็บเงินไว้บ้างก็ดีนะนุจ เผื่อซื้อบ้านไง
ก็มีแต่เขานั่นแหละ ที่เป็นฝ่ายตระเตรียมเรื่องซื้อบ้าน ส่วนเธอไม่ค่อยได้ทำอะไร ไม่ใช่ว่าไม่คิดจริงจัง หรือไม่คิดจะแต่งงานกับคนนี้ เพียงแต่นุจรียังไม่ได้คิดอะไรไกลไปกว่า เดือนนี้จะซื้ออะไรดี

เธอทอดถอนหายใจ ทำสีหน้าผิดหวังเสียเต็มประดา ก่อนจะค่อยๆ หันหลังกลับ จะเดินออกมาจากร้าน

ซื้อให้เอามั้ย
หล่อนชะงักกึก เท้าที่สืบไว้ค้างอยู่ท่าเดิม ทั้งดีใจตกใจระคนกัน

จริงเหรอนนท์
เขาพยักหน้ารับ แม้จะตามมาด้วยรอยยิ้มแหยแห้งๆ

ก็ตอนวันเกิด เราก็ยังไม่ได้ให้อะไรนุจเลย ถือเป็นการไถ่โทษ แต่ว่าเดือนนี้ทั้งเดือน ไม่ซื้ออะไรให้แล้วนะ


ไม่ซื้ออะไรให้แล้วนะ
งั้นเหรอ พูดยังกะเคยซื้ออะไรให้งั้นแหละ อย่างมากก็แค่ของจุกจิก ทำไมเธอไม่เห็นเคยได้กระเป๋าเบอร์กิ้นใบละห้าแสน ทำไมเธอไม่เห็นเคยได้รถยนต์ ทำไมเธอไม่เห็นเคยได้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ทำไมนนท์ไม่เปิดบริษัทของตัวเองบ้าง ทำไมแฟนเธอไม่พาเธอไปเมืองนอกบ้าง แล้วทำไมตัวเธอเองไม่หาเงินได้เยอะๆ แบบเพื่อนๆ บ้าง

อย่าเลยนนท์ เราไม่อยากรบกวนเงินเดือนของนนท์ ใช่ว่ามันจะเยอะอะไร
นุจรีพูดสะบัดเสียง ก่อนเดินออกจากร้านไป เธอพยายามทำทีไม่ใส่ใจกับรองเท้าคู่นั้นอีกต่อไป ชวนอานนท์ไปกินข้าวเย็น กลับห้อง ดูทีวี นอนหลับ

แต่อีกสองวันถัดมา รองเท้าคู่ที่ว่า ก็มานอนรออยู่ที่ห้องของเธอ พร้อมการ์ดใบเล็ก
แฮ้ปปี้เบิร์ดเดย์ย้อนหลังนะ / นนท์

............................................................................................

ฮัลโหล อีมดเหรอ ชั้นเองนะ แอ้ม
ฝ่ายที่รับสายมือยังคงง่วนอยู่กับการพิมพ์คอมพิวเตอร์ หล่อนเอียงคอใช้ศีรษะหนีบหูโทรศัพท์ขณะคุย

ทำไรอยู่วะ แก
ทำงาน ต้องรีบสรุปประชุมวันนี้
อ้าว อีคุณนาย ไม่เฝ้าร้านแล้วเหรอ ร้านขายของของแกไง ปลายสายแทบจะตะโกน ตามวิสัย
ฉันกลับมาทำงานแล้ว เพิ่งได้เดือนเดียวเอง ยังไม่ผ่านโปรฉันต้องขยัน ย้ายหูมาไว้อีกข้างก่อนพูดต่อ ฉันเลิกกับพี่อ๊อดแล้วแก ฉันทนไม่ไหว เค้าเจ้าชู้เกินไป แกก็รู้ใช่ป่ะ ตอนนี้เลยตกยากเว้ย ต้องมาหางานทำ
โถ อีผู้ดีตกยาก มาอยู่เมืองกรุงกับฉันมะ ฉันเหง้าเหงา อยู่นี่คนเดียว
เหรอ ไหนว่ามีผู้ชายตกถึงท้องไม่เว้นแต่ละวันไงแก
แหม แกก็....เออ เกือบลืม โทรมาวันนี้จะโทรมาบอกว่า ไอ่หยงจะหมั้นนะ ได้การ์ดรึยัง งานจัดที่กรุงเทพนะ แกจะมารึเปล่า
ได้แล้วๆ แต่ยังไม่ชัวร์นะ ว่าจะไปรึเปล่า...อิจฉามันเนาะแก ได้เป็นฝั่งเป็นฝาก่อนใครเพื่อนเลย
แกก็... แอ้มทำเสียงสูง ก็รู้อยู่ว่ามันโดนบังคับแต่ง มันเลี่ยงได้ที่ไหนเล่า โคตรเหง้า อากง อาม่าของมันจะได้ลุกจากหลุมมาบีบคอมันสิ โทษฐานฝ่าฝืนคำสั่งบรรพบุรุษ สรุปว่าชีวิตพวกเรานี่ก็บัดซบไม่แพ้กันเลยเนอะ จะว่าไปแล้วไอ่นุจดีสุดเนอะแกเนอะ ผัวแกก็ไม่ได้เรื่อง ส่วนชั้นก็ยังหาใครไม่ได้ เฮ้อ เศร้า

มดวางมือจากแป้นพิมพ์ ก่อนจะหยิบหูโทรศัพท์มาถือเป็นเรื่องเป็นราว
แก ยังไม่รู้เหรอ ไอ่นุจมันเลิกกับนนท์แล้วนะ เพราะนนท์จะไปขอมันแต่งงาน แต่มันยังไม่อยากแต่ง แล้วตอนนี้มันก็ไปทำงานสิงคโปร์แล้วนะเว้ย....ชั้นถามมันแล้วนะว่าทำไมเลิก นนท์ออกจะดี ชีวิตมันก็ฟังดูเพอร์เฟคจะตายไป แต่มันบอกว่า มันอยากไปเจอคนที่ดีกว่า อยากทำงานอื่นที่ดีกว่า ฉันก็เลยแล้วแต่มัน เรื่องของมัน ชีวิตของมันนี่นะ
ปลายสายถอนหายใจยาว บอกไม่ถูกว่าโล่งอกหรือเสียดาย

....เหรอ มันไปได้ดีก็ดีใจกับมันนะ แต่ก็ไม่รู้มันจะเจอคนดีๆ แบบนั้นได้อีกรึเปล่าเนอะ
อีกฝ่ายนิ่งไปอึดใจ เหมือนกับไม่รู้จะหาคำไหนมาตอบ


....อือ คิดไปแล้วก็น่าเสียดาย...มันไม่รู้หรอกว่ามันโชคดีแค่ไหนแล้ว
...................................................................