คิมหันต์รัญจวน ตอนที่ 3

posted on 02 May 2008 00:48 by virginterritory  in Midsummerdreamlove

อ่านตอน 1
อ่านตอน 2
_________________________________________________________

บ่ายแก่สองวันต่อมา ฉันลงไปนั่งศาลาริมบ่อน้ำอีกครั้ง คราวนี้ไอ้หมอนั่นนอนหลับเอาขาไขว่ห้างรออยู่ก่อนแล้ว ในมือมันถือหนังสือเรื่องสั้น แปลก เป็นหนังสือของนักเขียนที่ฉันชอบเสียด้วย

อ่านด้วยเหรอ เรื่องนี้คราวนี้ฉันทักขึ้นก่อน

มันได้ช่อง ชวนฉันคุยเรื่องหนังสืออย่างออกรส ฉันออกจะบันเทิงใจอยู่ไม่น้อย ต่อจากหนังสือก็เป็นเรื่องเพลง เวลาเจอคนฟังเพลงเหมือนกันและคุยกันรู้เรื่องฉันค่อนข้างดีใจ ไม่ใช่ว่าฉันฟังเพลงประเภทฟังยาก แต่เพื่อนชายของฉันไม่อ่านหนังสือ ไม่ฟังเพลง กิจกรรมยามว่างสั้นๆ ของเขาก็คือ การไปยืนดูการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญที่ร้านข้าวต้มโดยที่ไม่เข้าไปกิน และกิจกรรมยามว่างยาวๆ คือเดินทางไกลไปหาหมู่บ้านที่มีหมูป่า และพยายามหาเรื่องก่อสร้างอะไรสักอย่างให้กับชุมชน

มันหันมามองหนังสือนิตยสารที่ฉันถือติดมือมาด้วย หน้าปกนางแบบในชุดเซ็กซี่ กำลังยืนด้วยท่าที่เก๋สุดๆ

สวยดีนะ

อื้อ เจ๋งมั้ยล่ะ นี่ๆๆ ดูนี่ฉันพลิกไปหน้าถัดไปอย่างรวดเร็ว ชุดนี้สวยมั้ยล่ะ ตอนนี้ในเมืองกำลังฮิตมากนะฉันก็อวดไปอย่างนั้น มาอยู่บ้านนอกได้ห้าหกวันฉันก็กลัวจะตกเทรนด์ขึ้นมาตงิดๆ

ดูไม่รู้เรื่องหรอก แต่สวยดี แฟนเก่าชอบใส่ คล้ายๆ แบบนี้

แฟนนายท่าทางทันสมัยมันเคยเล่าให้ฟังว่า ถึงจะเป็นคนบ้านนอก แต่ก็เรียนในตัวเมือง แฟนก็เลยไม่ได้บ้านนอกคอกนาอย่างที่ฉันปรามาสไว้

ไม่หวงเหรอ แฟนแต่งตัวแบบนี้

มันส่ายหน้าดิก หัวเราะร่วนอีกเหมือนเคย

หวงน่ะหวง แต่ก็นิดๆ หน่อยๆ เราไม่ใช่เจ้าของชีวิตใคร อย่าบอกว่าแฟนเธอมันขึ้หึงขนาดแต่งตัวแบบนี้ไม่ได้นะ มันก็เกินไป

เห่อะ อยากจะแค่นหัวเราะ แต่หัวเราะไม่ออก มันไม่รู้อะไรซะแล้ว กะอีแค่ชุดนักศึกษาก็ยังมาจู้จี้เรื่องมาก ห้ามรัด ห้ามสั้น และห้ามฉันไปเหยียบที่คณะเขาด้วยเหตุผลที่ตลกที่สุดในโลก

จะให้ฉันทำหน้ายังไง ถ้าเพื่อนมันเห็นเธอแล้วเอาไปนินทาว่าแฟนฉันนมใหญ่

โอ้ คุณพระ อนิจจา นี่มันร่างกายของฉัน นมของฉัน ฉันยังไม่เดือดร้อน พ่อแม่ยังไม่ว่า แล้วมันเป็นใครมาจากไหน มาเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เวรกรรมแท้ๆ ที่ตอนนั้นฉันก้มหน้ารับชะตากรรม คิดไปเองว่าแฟนหวง น่าดีใจเสียนี่กะไร

ก่อนแยกย้ายวันนั้น หนุ่มผอมขอเบอร์โทรศัพท์ฉันไว้ บอกว่า เผื่อเปิดเทอม เข้าไปเรียนในเมืองแล้วจะโทรหา ฉันให้เบอร์มือถือ บอกว่า อย่าไปหาที่บ้าน พ่อคงไม่ปลื้มเท่าไหร่ถ้าฉันหาว่าที่ลูกเขยได้แถวๆ สวนผลไม้ มันหัวเราะอีกแล้ว บอกไม่เคยคิดอยากได้ฉันทำเมีย


.......................................................

กลับมาบ้านคราวนี้ ฉันคล้ำขึ้นนิดหน่อย มือก็หยาบกร้านขึ้นนิดๆ คงเพราะหยิบจับจอบเสียม ครีมบำรุงก็ไม่ค่อยได้ทา หรือบางที ฉันอาจโดนแดดลามเลีย โดนลมโกรก โดนฝุ่นผง จึงทำให้ฉัน ดูเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม

ฉันเดินเข้าห้อง ไม่มีจดหมาย ไม่มีโน๊ตว่าใครโทรศัพท์มา สอบถามแม่บ้าน มีคนโทรมาหาสองคน คนแรกเป็นเพื่อนสาว โทรมาชวนไปดูหนัง สายที่สองเป็นบริษัทประกัน

ฉันโยนหนังสือไว้บนหลังตู้ หยิบการ์ตูนรวบๆ ใส่ถุงเตรียมเอาไปคืนร้านเช่าหนังสือ รูปถ่ายหล่นออกมา ฉันปล่อยมันตกพื้น เดี๋ยวค่อยกลับมาเก็บ

หน้าร้อนยังร้อนอยู่ เปิดเทอมใกล้เข้ามาแล้ว ฉันเตรียมตัวสำหรับปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัย วุ่นวายกับการลงทะเบียนย้าย sec ซื้อกระเป๋าถือใหม่ รองเท้าแบรนด์เนมใหม่ ซื้อน้ำยามาทำสีผม อย่างน้อยก็ให้เข้ากับผิวที่คล้ำขึ้นนิดๆ

ก่อนวันเปิดเทอมสองวัน มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นโทรศัพท์บ้าน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร คนที่โทรเข้าเบอร์บ้านเพราะคุยได้นานกว่าโทรเข้ามือถือ เพราะโทรมาจากตู้หยอดเหรียญสาธารณะ และไม่ยอมใช้โทรศัพท์มือถือของตัวเองโทรมา มีคนเดียว

กลับมาแล้วครับ คิดถึงมั้ยปลายสายทำน้ำเสียงเริงร่านิดๆ โทษทีนะ คราวนี้ไปนาน เดือนกว่าๆ เลย ติดต่อไม่ได้เลยสิ

อืม ก็ใช่

วันนี้ไปหามั้ย จะไปรับ มาเที่ยวที่บ้านมั้ย

ห่ะ ไม่บอกก็รู้ว่าทำไม ถ้าเป็นเมื่อก่อน จะเหตุผลอะไรก็ช่างเหอะ ฉันลิงโลดแน่ๆ

ไม่เป็นไร วันนี้ไม่ว่างฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้น้ำเสียงราบเฉย แต่น่าขัน ที่ไม่มีอารมณ์ใดๆ เคลือบแคลงแฝงอยู่ในคำพูดนั้นแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะ โกรธ ตัดพ้อ เสียใจ หรือแม้แต่ น้อยใจ อย่างที่เคยเป็น

ทางโน้นเหมือนผิดหวังนิดๆ วางสายไปด้วยเสียงอ่อยๆ บอกว่าเปิดเทอมเจอกันนะ จะไปหาฉันที่คณะอีกเหมือนเคย ฉันรับคำไปเรื่อยเปื่อย วางหู หยิบหนังสือนิยาย ลงนอน อ่านต่อ

หลังจากเผลองีบไปสักพัก คราวนี้เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เป็นเบอร์ไม่คุ้น ขึ้นต้นด้วย 081 ฉันกดรับ

เฮ้ ฉันเอง

ฉันยิ้มโดยไม่รู้ตัว ผุดลุกนั่ง สอบถามสารทุกข์สุกดิบ ก่อนจะเล่าเหมือนฟ้องนิดๆ ว่าก่อนหน้านี้แฟนฉันเพิ่งโทรมาล่ะ

เหรอ เหมือนเดิมอีกล่ะสิน้ำเสียงนั้นถามเหมือนรู้ดีไปเสียหมด

ช่ายยยยฉันลากเสียงยาว เบื่อหน่าย

วันหลังไปดูหนังกันมั้ยล่ะเอ่ยชื่อหนังที่กำลังเข้าที่ฉันอยากดูอยู่พอดี...ดูหนัง สถานที่สาธารณะ ที่เพื่อนชายกับฉันไม่เคยกร้ำกลายเข้าไป

นี่ ...ฉันเรียกไว้ก่อนวางสาย เหมือนคิดขึ้นมาได้

ฉันว่า วันนี้มันต้องกลับไปชักว่าวแหงเลยว่ะคนในสายหัวเราะก๊าก แล้วฉันก็ว่า เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะลองทำเองดูบ้าง

คราวนี้เสียงหัวเราะดังกว่าเดิม หัวเราะอยู่เกือบนาทีกว่าจะหยุด ก่อนจะพูดว่า

เออ ลองดูนะ แต่ว่า ของผู้หญิงเค้าเรียกอีกอย่างนะ

ฉันร้องอ้าวเหรอ แค่นั้น

กดบันทึกชื่อกับเบอร์โทรใส่โทรศัพท์มือถือ แล้วลงนอนต่อ

ฉันจำไม่ได้แล้วว่าเอารูปถ่ายใบนั้นไปวางไว้ที่ไหน...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ด้านมืดของคนเขียน แต่บริสุทธิ์มากกว่าใครหลายๆ คน

#2 By นกฮูกดีไซน์ on 2008-05-02 14:43

คมเน๊อะ ..พี่นกฮูก ..
จะว่าไปมันก็ไม่ใช่ด้านมืดนักหรอก ..

แค่บางคนไม่เปิดเผยเท่านั้นเอง

มันคือ สุนทรีย์ทางอารมณ์

#3 By illman on 2008-05-02 16:14

ตลกค่ะ ตลก แต่อีตาชาวสวนผอมกระหร่องนี่ท่าทางแอบเจ้าชู้นะ ประมาณว่ามาในคราบของหนุ่มบ้านนาใจบริสุทธิ์ แต่พี่แกท่าทางเข้าใจหญิงไปซะทุกซอกทุกมุม double wink

#4 By Jessi (203.113.17.148) on 2008-05-02 18:10

open-mounthed smile ฮิฮิ ฮิฮิ

#5 By nyanta on 2008-05-02 22:20