Holiday Romance (part 2)
posted on 02 May 2008 10:55 by virginterritory in MidsummerdreamlovePart II
“ไอ้ขวัญมันชวนฉันไปทำงานที่โรงแรมที่มันทำอยู่น่ะ
ฉันกะว่าจะทำงานเก็บเงินกับมันสักปีแล้วค่อยเรียนต่อ”
เม๋งลุกขึ้นนั่งหันมาทางเดือน
สมองรู้สึกสับสนในการเรียบเรียงคำพูด มากกว่าตอนที่ตื่นนอนเมื่อกี้
“แล้วเดือนรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าจะไป อาทิตย์หน้าก็เดือนหน้าแล้วนะ
ทำไมเดือนไม่เห็นเคยบอกพี่เลย แล้วนี่มีใครรู้บ้างว่าเดือนจะไป
แล้วเดือนจะไปอยู่ยังไงกับขวัญ ได้ยินว่าขวัญมันร่านผู้ชายอยู่ที่เมืองกรุงไม่ใช่เหรอ?”
“นี่พี่อย่ามาว่าเพื่อนฉันนะ!!” เดือนลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า
“ไอ้ขวัญมันทำงานโรงแรม มันก็ต้องกลับบ้านดึกเป็นธรรมดา
แล้วมันก็ต้องพูดกับแขกทั้งผู้ชายผู้หญิงนั่นแหละ คนไม่รู้ก็พูดไปว่ามันร่าน”
“แล้วเดือนอยากจะไปทำงานอย่างนั้นเหรอ อยากจะกลับบ้านดึก ๆ
อยากคุยกับแขกผู้ชายงั้นสิ” เม๋งยังคงนั่งอยู่ที่เดิม รู้สึกร้อนผ่าวที่หน้า
“พี่นี่ใจแคบจริง ๆ เลย แล้วนี่จะรีบไปออกเรือไม่ใช่เหรอ
รีบใส่เสื้อผ้าเข้าสิ เดี๋ยวพ่อก็รอหรอก” เดือนสางผม เตรียมตัวออกจากกระท่อม
เม๋งลุกขึ้นหยิบกางเกงเลที่กองอยู่บนพื้นมาใส่
“พี่ยังพูดไม่จบนะเดือน เรายังต้องคุยถึงเรื่องนี้กันอีกยาว”
เดือนเดินออกจากกระท่อม ขึ้นควบรถมอเตอร์ไซด์
ก่อนสตาร์ทรถเธอไม่ลืมที่จะหันมาบอกเม๋งว่า
“พรุ่งนี้ฉันมาไม่ได้นะพี่ ต้องไปจองตั๋วรถไฟกับแม่ แม่จะไปส่งฉันที่เมืองหลวงด้วย”
ตาของไก่ที่งงจนแตกก็ยังแตกไม่เท่าตาของเม๋งในตอนนี้ “แล้วเดือนจะมาเจอพี่อีกเมื่อไหร่?”
“อีกวันสองวันแหละ แล้วจะโทรมาบอก”
มะพร้าวบนต้นหลังกระท่อมหล่นลงพื้นดังตุ๊บ เม๋งหันไปมอง แม้สมองยังสับสน แต่ด้วยสัญชาตญานของการอยู่กับสวนมะพร้าวทำให้อดนึกสงสัยไม่ได้ว่า
ลมก็ไม่มีแล้วมันจะมาหล่นอะไรกันตอนนี้ พอหันกลับมา
ก็เห็นเดือนขี่มอเตอร์ไซด์ซิกแซกออกจากสวนไปแล้ว
“ไหนแกบอกว่าแม่จะมาส่งไง”
ประโยคแรกที่ขวัญทักทายเดือน หลังจากไม่เจอหน้ากันมาร่วมปี
“ฉันบอกแม่ว่าจะไปอยู่กับไอ้เก่ง
เตี๊ยมกับมันไว้แล้วตอนมันมาเที่ยวสงกรานต์ที่บ้านน่ะ แกคิดว่าแม่จะปล่อยให้ฉันมาอยู่กะแกเหรอ ถ้าเห็นสภาพแกแบบนี้น่ะ
แล้วถ้ายิ่งไปเจอแฟนแกที่หออีก”
เดือนแอบสังเกตเพื่อนที่ตอนนี้ดูเป็นสาวจัด แถมยังแต่งหน้าทาปาก ยิ่งกว่าพี่ในตลาดปากน้ำที่ตามผัวแกกลับมาจากเมืองหลวงซะอีก
“แกนี่ฉลาดนี่
แต่แฟนฉันมันมา ๆ ไป ๆ โว้ย ไม่ได้มาอยู่กะฉันทุกคืน
แล้วสภาพฉันมันเป็นยังไง
สวยขึ้นก็พูดมาเหอะ ฉันไม่โกรธหรอก”
ขวัญพูดพลางช่วยเดือนหิ้วกระเป๋าอีกใบ
“เออ
เออ สวยขึ้น สวยเหมือนนางเอกลิเกที่มาแสดงงานวัดที่บ้านเลย”
“ยังไงก็สวยละว้า....ฉันน่าจะถ่ายรูปแกตอนนี้เก็บเอาไว้นะ
แล้วอีกไม่เกินสามเดือนฉันจะเอารูปนี้ให้แกดูอีกที แล้วแกจะได้เข้าใจว่าแกก็จะไม่ต่างจากฉัน
ความสวยมันไม่เข้าใครออกใครหรอกนะเว้ย”
ขวัญวางกระเป๋าแล้วเดินไปข้างหน้าเดือน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา...แชร็ก....
“โทรศัพท์ถ่ายรูปได้มันหน้าตาอย่างนี้เอง”
เดือนคิด พร้อมกับนึกถึงโฆษณาในทีวี
ขวัญยกกระเป๋าเดินออกไปเรียกแท๊กซี่
เดือนเดินตาม
วงเดือนไม่เคยเห็นคนเยอะขนาดนี้มารวมตัวอยู่ในสถานที่เดียวกันมาก่อน ตลาดปากน้ำเป็นสถานที่เดียวที่เดือนคิดว่ามีผู้คนแออัด
นอกจากนั้นอาจจะเป็นงานวัดหรืองานลอยกระทงที่บ้าน
แต่ที่นี่
ทั้งรถทั้งคนมันยั้วเยี้ยสุดลูกหูลูกตาไปหมด
ถึงแม้จะยังตื่นกลัวกับสถานที่ใหม่ แต่ลึก ๆ แล้วเดือนก็มั่นใจว่ามาถูกที่
เพราะถ้าหากมาไม่ถูกที่ หรือหากสถานที่มันไม่ดี คนก็คงจะไม่มาอยู่กันที่นี่เยอะ ๆ
หรอก
โดยเฉพาะขวัญ
เพื่อนสนิทของเดือนตั้งแต่อยู่ประถม
ขวัญจบ ม.3 แล้วมาเรียนต่อพาณิชย์ที่นี่
จากนั้นก็มาฝึกงานที่โรงแรม
เดือนเจอขวัญปีละครั้งตอนที่ขวัญกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ช่วงสงกรานต์
แต่ปีนี้ขวัญไม่ได้กลับ เพราะมีข่าวหนาหูเหลือเกินเรื่องที่ขวัญอยู่กับผู้ชาย
เดือนก็ “มีอะไรกับผู้ชาย”
แต่ไม่ได้ “อยู่กับผู้ชาย”
ถ้าชาวบ้านรู้จะให้คำจำกัดความกับเดือนว่า “ร่าน”
เหมือนที่พวกเขาให้กับขวัญไหม ก็คงเป็นอย่างนั้น
ไม่น่าตั้งคำถามนี้ขึ้นมาให้รกใจเลย
เดือนคิดขณะนั่งอยู่ในแท็กซี่
“พี่ชัยเขาจะมาหาฉันทุกคืนวันพฤหัสกับคืนวันเสาร์
เพราะเมียเขาอยู่ฟรอนต์ ทำกะดึก ส่วนเขาเป็นหัวหน้าฝ่ายบุคคล
เขาเลิกงานปกติเหมือนฉัน แล้วเขาหยุดวันอาทิตย์ แต่ก็มาหาฉันไม่ได้
เพราะเมียเขาก็หยุดวันเดียวกัน”
เดือนสังเกตเห็นคนขับแท๊กซี่เหลือบตามองขวัญมาทางกระจกมองหลัง
“แต่แกไม่ต้องห่วงนะ
เวลาที่เขามา ฉันกับเขาจะไปอยู่อีกห้องหนึ่ง
หอฉันมันให้เช่ารายวันได้”
“อืม”
เดือนไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรต่อ
ตอนที่คุยกันทางโทรศัพท์
ขวัญไม่เคยบอกว่าพี่ชัย “มีเมียแล้ว”
แล้วนี่ถ้าคนที่บ้านรู้เรื่องนี้ คำว่า “ร่าน”
คงจะน้อยไปสำหรับนำมาใช้เรียกขวัญ
แต่สำหรับเดือน คำจำกัดความที่มีให้ขวัญ ก็คือคำว่า
”เพื่อน” เท่านั้น
“แล้วแกจะพาฉันไปสมัครงานเมื่อไหร่”
เดือนพยายามเปลี่ยนเรื่อง เพราะกลัวว่าคนขับแท็กซี่จะเลี้ยวผิดทางซะก่อน จากการมัวแต่มองขวัญผ่านกระจกมองหลัง
“ฉันบอกพี่ดนัยไว้แล้ว
เขาเป็นผู้จัดการห้องอาหารของโรงแรมน่ะ
เขาบอกว่าถ้าแกพร้อมเมื่อไหร่ก็นัดสัมภาษณ์ได้เลย”
ได้ผล
แท็กซี่ไม่มองกระจกหลังแล้ว
“ฉันอยากเริ่มงานเร็ว
ๆ น่ะ พรุ่งนี้เลยก็ได้”
“แหมนังนี่
กลิ่นบ้านนอกยังติดตัวอยู่เลย
ฉันต้องสอนแกแต่งหน้าทาปากซะก่อนถึงจะปล่อยให้แกออกงานได้
พี่ดนัยเขาบอกว่าถ้าไม่สวยไม่ต้องพามา
ดังนั้นฉันต้อง “โมดิฟาย”
แกซะก่อน”
แค่เสิร์ฟอาหารเนี่ยนะ
ต้องสวยด้วย ตอนที่ช่วยน้าเสิร์ฟที่ร้านในตลาดไม่เห็นต้องสวยเลย
แต่เอาขวัญมันว่าเถอะ มาอยู่ในถิ่นมันแล้วนี่
"แล้วแต่แกละกัน” เดือนตอบ
__________________________________________________________
continue part 3
#1 By นกฮูกดีไซน์ on 2008-05-07 16:23