To My Dear Friend II
posted on 08 Jun 2008 23:53 by virginterritory in SurvivingtheMatingSeason
พักกลางวันแล้วแต่แคทยังคงวุ่นวายอยู่กับกองเอกสารตรงหน้าที่กองพะเนิน
ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองชายหนุ่มในชุดหนุ่มออฟฟิตที่มายืนยิ้มแห้งรออยู่นานแล้ว
“วันนี้พี่นิวไปกินกับเพื่อนก็ได้ค่ะ งานแคทยังไม่เสร็จจริงๆ” ปากก็พูดมือก็สาละวนอยู่กับปึกกระดาษหนาเตอะตรงหน้า
“เหรอ งั้นพี่ไปนะ เอ่อ...เอาอะไรมั้ย พี่จะซื้อมาฝาก” เขาเกือบจะลืมถามแต่ดีว่านึกขึ้นได้เสียก่อน
“อะไรก็ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมองเลยด้วยซ้ำ นิวค่อยๆหันหลังเดินออกไปพร้อมเพื่อนร่วมงานอีกสามสี่คน
วันนี้เขาเลือกร้านที่ห่างออกไปจากที่ทำงานสักหน่อยเพราะเพื่อนที่มาด้วยกันบ่นเบื่อร้านเดิมขึ้นมาดื้อๆ ขณะที่กำลังมองหาที่นั่งอยู่นั้นสายตาเขาก็สะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่งในชุดพนักงานออฟฟิตธรรมดาๆ แต่สิ่งที่ทำให้เธอโดดเด่นออกมาจากคนอื่นๆ คือใบหน้าขาวกระจ่างใสซึ่งเจ้าของใบหน้าแสนสวยไม่ใช่ใครที่ไหน
ชายหนุ่มรู้สึกละล้าละลัง ใจหนึ่งก็อยากเข้าไปทัก ใจหนึ่งก็ลังเล แต่เพราะท้องที่ร้องจ๊อกๆ บวกกับโต๊ะของพวกหล่อนก็มีที่ว่างพอจะให้พวกเขานั่งด้วยได้ เมื่อท้องออกคำสั่งเช่นนี้ขาจึงก้าวเดินตาม เขาพาตัวเองมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะของเธอ
ทีแรกนั้นดูเหมือนหญิงสาวจะไม่ได้ใส่ใจ ออกจะมองผ่านๆไปด้วยซ้ำ แต่พอเธอมองซ้ำเธอก็จำได้
“อ้าว พี่นิว” หล่อนอุทานเสียงดังจนเขาเองยังตกใจ
“มากินข้าวเหรอคะ” เจ้าของใบหน้าขาวใสส่งยิ้มละลายหัวใจให้เขาอีกครั้ง
เขาผงกหัวให้ทีหนึ่ง
“คือว่าขอพวกพี่นั่งด้วยได้รึเปล่าครับ โต๊ะมันเต็ม” เขาชี้ไปทางเพื่อนๆที่ยืนเตร่กันอยู่ข้างนอก
หญิงสาวชะโงกมองตามมือเขาไปก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ “เชิญค่ะ” เธอว่าสั้นๆ
ไม่ทันที่เขาจะได้ลงนั่ง เธอก็โพล่งถามออกมาอีกครั้ง
“แล้วแคทไม่มากินด้วยเหรอคะ” ว่าพลางชะเง้อชะแง้มองออกไปข้างนอก
“เขายังเคลียร์งานไม่เสร็จเลยขอทำงานต่อ” เขาตอบก่อนจะหันไปสั่งอาหาร
“แล้วกัน” คราวนี้เจ้าหล่อนทำเสียงดังกว่าเดิม “แล้วมันไม่หิวแย่เหรอคะ” ถึงจะเรียกเพื่อนว่า มัน แต่น้ำเสียงกลับฟังดูห่วงใยยิ่งกว่าคนเป็นแฟนเสียอีก
“เดี๋ยวพี่จะซื้อขนมไปให้” เขาตอบสั้นๆ
ตุลย์เหล่มองชายหนุ่มแล้วแอบทำหน้ามุ่ยหนึ่งทีแต่เขาไม่ทันสังเกต เธอทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ
“พี่นิวรู้รึเปล่าคะว่าแคทมันเป็นโรคกระเพาะ ถ้าไม่ได้กินตามเวลามันจะปวดท้อง ปวดมากๆด้วยนะ”
เขาชะงักมือที่สาวเส้นก๋วยเตี๋ยวค้าง จะกินก็ไม่เป็นอันได้กินละมังวันนี้
“เอ่อ...ไม่รู้ครับ” เขาตั้งท่าจะกินต่อ
“งั้นเดี๋ยวตุลย์จะไปซื้อขนมให้มันเอง แล้วเดี๋ยวตุลย์ฝากพี่เอาไปให้นะคะ” เธอลุกขึ้นยืนและสะพายกระเป๋าตั้งท่าจะออกไป
“เดี๋ยวพี่ไปซื้อเองครับ ไม่เป็นไรหรอก” เขารู้สึกเหมือนตัวเองผิดยังไงชอบกล แต่หญิงสาวกลับส่ายหน้าดิก “พี่รู้เหรอคะว่ามันชอบกินอะไร ซื้อไปไม่ถูกใจมันก็ไม่กินหรอกค่ะ พี่อยู่เฉยๆน่ะดีแล้ว รออยู่นี่นะคะ” ว่าแล้วเธอก็เดินตัวปลิวออกไปเลยไม่รอให้เขาได้พูดอะไรอีก ได้แต่มองตามอ้าปากค้างกับความไวของหญิงสาวก่อนจะค่อยๆบรรจงคีบลูกชิ้นเข้าปากเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อถูกวางปุลงบนโต๊ะของหญิงสาว แคทเงยหน้าขึ้นมองคนเอามาให้แบบตกใจนิดๆ
“โอ้โห พี่นิว ไม่ต้องซื้อเยอะขนาดนี้ก็ได้ค่ะ” ร่างเล็กว่าพลางคุ้ยถุงพลาสติกแต่ละใบดูด้วยใบหน้าแช่มชื่นสุดๆ “ว้าว มีแต่ของชอบ พี่นิวรู้ได้ไงว่าแคทชอบกินชาเขียวรสนี้” เธอหมุนขวดน้ำชาเขียวออกเปิดด้วยความรวดเร็ว
เขาไม่รู้จะพูดอะไรดี ละอายใจอยู่บ้างที่เป็นแฟนแท้ๆ แต่กลับไม่รู้เรื่องอะไรของเธอเลย จะอ้างว่าเพิ่งคบกันได้ไม่กี่เดือนก็พอจะอ้างได้ แต่ถ้าจะว่ากันจริงๆแล้ว เขาอาจไม่ได้ใส่ใจเท่าที่ควร
“พอดีพี่เจอตุลย์ เค้าเลยเป็นคนไปซื้อมาให้น่ะ” เขาพูดเสียงอ่อยๆ
“อ้าว เหรอคะ...” หญิงสาวยิ้มค้างไปเล็กน้อย “ถึงว่าสิ ทำไมพี่นิวรู้ดีจัง” หญิงสาวตัวเล็กคว้าถุงขนมมาแกะเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อแบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่ได้สนใจว่าชายหนุ่มค่อยๆเดินหันหลังกลับไปเมื่อไหร่ด้วยซ้ำ
แคทเปิดประตูเข้าห้องมาด้วยความเหนื่อยล้าแบบสุดๆ แต่พอเข้ามาในห้องก็ต้องประหลาดใจกับโต๊ะอาหารที่จัดไว้แบบอลังการ อาหารหน้าตาน่ากินวางเรียงรายเต็มโต๊ะ แถมยังมีเสียงเพลงช้าๆ เพราะๆ ดังคลออีกต่างหาก
“ไง กลับมาแล้วเหรอ” เสียงหวานๆดังออกมาจากครัว ร่างสูงโปร่งในชุดผ้ากันเปื้อนชะโงกหน้าออกมา “วันนี้ฉันลองทำกับข้าวน่ะ”
“นึกยังไงน่ะ” แคทพูดยิ้มๆล้อเลียนก่อนจะเดินไปทำจมูกฟุดฟิดที่จานอาหาร “กินได้รึเปล่าล่ะนี่”
“บ้า” มีเสียงตอบแค่นี้ในขณะที่เจ้าตัวกำลังสาละวนกับการถอดผ้ากันเปื้อนออก
“เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวเหรอจ๊ะ” แคทพูดไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้มีเจตนาจะพาดพิงถึงอะไร แต่คำพูดนั้นไปกระทบใจตุลย์เข้าอย่างแรง
“ไม่” เสียงหวานๆ เมื่อครู่ฟังดูเย็นชาขึ้นมาถนัดใจ “บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าจะไม่แต่งงาน อย่ามาพูดเรื่องไร้สาระน่า กะอีแค่อยากทำกับข้าว ไม่ได้แปลว่าอยากจะเป็นแม่บ้าน มีลูกมีผัวซะเมื่อไหร่” เธอตอบรัวเป็นชุดพลางพับผ้ากันเปื้อนไปเก็บไว้ในห้องครัว
“เฮ้ย ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจให้โกรธนะ...ตุลย์” แคทเริ่มหน้าเสียก่อนจะทำเสียงอ่อยแล้วเดินไปหาเพื่อนรักเหมือนทุกครั้งที่เคยๆทำ ร่างเล็กเข้าไปกอดร่างสูงไว้จากด้านหลังเบาๆ ก่อนจะแนบหน้าลงกับแผ่นหลัง
“ขอโทษนะจ๊า...ไม่โกรธเค้าน้าตัวเอง” เวลาจะง้อตุลย์ทีไร แคทมักจะทำท่าทำเสียงปัญญาอ่อนแบบนี้เสมอ เพื่อให้เพื่อนสาวที่มีบุคลิกขรึมและเอาจริงเอาจังกว่าคนนี้หายโกรธได้โดยเร็ว ซึ่งครั้งนี้ก็ได้ผลเหมือนทุกที คนตัวสูงกว่าหมุนตัวกลับมาและใช้มือโอบไหล่คนตัวเล็กกว่าเอาไว้หลวมๆ
“เออ ไม่โกรธ แต่จำไว้ ถ้าไม่อยากทะเลาะกัน อย่าพูดเรื่องแต่งงานขึ้นมาอีกนะเว้ย” ทำเสียงดุแต่แววตาอ่อนโยน แคทมองแล้วก็พยักหน้ารับยิ้มๆ
เธอไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เธอก็ชอบพูดเล่นไปเรื่อย ลืมไปเสียสนิทเรื่องอดีตรักของตุลย์ ไม่น่าพูดให้เพื่อนต้องเสียใจเลยแท้ๆ
โดยส่วนตัวแล้วเธอไม่เชื่อหรอกว่าตุลย์รังเกียจการแต่งงาน เธอคิดว่าตุลย์คงจะแค่ยังเจ็บปวดไม่หายกับความรักครั้งที่ผ่านไปมากกว่า คงจะยังทำใจไม่ได้ ถึงภายนอกจะทำเข้มแข็ง แต่จริงๆแล้วคงจะยังรักผู้ชายคนนั้นอยู่ถึงได้ไม่ยอมให้พูดเรื่องแต่งงานอีกเลย
ใช่แล้ว ตุลย์เกือบจะได้แต่งงาน กับผู้ชายคนที่เธอคบหามานานราวๆ ห้าหกปี ความรักของทั้งคู่ก็ทั่วไป ไม่มีอะไรมาก คนหล่อคนสวยมาเจอกัน ชอบกัน คบกัน จบ เรื่องมันก็ดำเนินมาจนจะถึงขั้นจะแต่งงานกัน เกือบจะแฮปปี้เอนดิ้งแล้ว ติดแต่ว่าอยู่ดีๆ หมอนั่นก็หนีไปมีแฟนใหม่ซะดื้อๆ ปล่อยให้ตุลย์ต้องเป็นหม้ายขันหมาก แบบนี้ก็สมควรอยู่หรอก ถ้าเพื่อนรักคนนี้จะขยาดการแต่งงานไปอีกซักพักใหญ่ๆ
'ไม่เสียใจหรอก ไม่แต่งก็ได้ เราไม่ได้รักเค้านี่ ชีวิตนี้ไม่แต่งงานก็ไม่เห็นตายเลย มีเพื่อนดีๆ มีพ่อแม่ก็พอแล้ว แฟนน่ะ เอามาก็ดีแต่จะเป็นภาระ ปัญหามาก สู้อยู่กับแคทก็ไม่ได้ สบายใจกว่ากันเยอะ’
เธอยังจำได้ถึงคำพูดของเพื่อนสาวในวันที่โดนฝ่ายชายยกเลิกการแต่งงาน ทุกคนพากันมาปลอบใจหวังว่าคงจะเห็นเธอนั่งร้องไห้ฟูมฟาย ที่ไหนได้ ภาพที่เห็นคือเธอนั่งพูดประโยคเมื่อกี้แบบไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรเลย แต่สำหรับแคทแล้ว ไม่ว่ายังไงเธอก็คิดว่าตุลย์คงจะเสียใจอยู่มาก ที่ว่าไม่รักคงจะโกหกเพราะไม่อยากให้ใครเห็นว่าเธออ่อนแอ นั่นล่ะ นิสัยของตุลย์ แต่อาการนี้ ท่าทางจะเสียใจมากจนเพี้ยน ถึงกับตั้งแง่รังเกียจผู้ชายกับการแต่งงานไปเลย
“เหม่ออะไร” เสียงเดิมดังขึ้นข้างหูจนเจ้าของร่างผอมบางสะดุ้งตัวโยน
“เปล่าๆๆๆ” ปฏิเสธพัลวัน “กินข้าวกันดีกว่า เดี๋ยวเย็นแล้วไม่อร่อย ว่าแต่ซื้อยาแก้ท้องเสียไว้แล้วแน่นะ”
พอพูดจบแคทก็ต้องทำหัวหดหลบมะเหงกของเพื่อนรักที่ทำท่าจะลอยมาตกบนหัว สองสาวหยอกล้อเล่นหัว กินไปหัวเราะไปอย่างสุโข
“เออ เกือบลืมเลยเห็นมั้ย วันนี้น่ะ ขอบคุณนะ ที่ซื้อขนมไปให้น่ะ”
ตุลย์เงยหน้าจากจานอาหารแล้วส่งยิ้มให้พลางส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร
“แล้วอีตาพี่นิวนั่นไม่ว่าไงเหรอ” จู่ๆก็ถามขึ้นมาเล่นเอาแคททำตาโตแบบไม่เข้าใจ
“ว่าอะไร”
“ก็เค้าเอาขนมไปให้แล้วเค้าว่าไงบ้างล่ะ”
“ไม่ว่าไง บอกว่าตุลย์ไปซื้อมาให้”
“แค่เนี้ยะ....” ทำเสียงสูงแบบไม่พอใจนิดๆ “เออ นี่ เป็นแฟนกันประสาอะไร ปล่อยให้แคทที่เป็นโรคกระเพาะนั่งทำงานไม่มากินข้าว แถมจะซื้ออะไรไปฝากก็ไม่รู้อีก ไม่ได้ความเลยนะพี่นิวอะไรเนี่ย” หล่อนได้ทีใส่เป็นชุด
“อ้าว....” คนฟังได้แต่อ้าปากค้างเพราะพูดไม่ทัน “เราเป็นคนบอกพี่เค้าให้ไปเอง แล้วเราก็ไม่เคยบอกเค้าว่าเราเป็นโรคกระเพาะด้วย อีกอย่างเค้าเพิ่งคบกับเราได้ไม่ถึงเดือนเลยนะตุลย์” แคทพูดพลางหัวเราะน้อยๆกับท่าทีขึงขังของเพื่อนสาว “ให้โอกาสเค้าหน่อยสิจ๊ะ”
หญิงสาวหน้าขาววอกฟังแล้วก็ยักไหล่ผสมกับถอนหายใจส่งๆเหมือนจะประชดประชันอยู่ในที
“ฉันว่าเค้าไม่สนใจมากกว่า”
“อ้าว แล้วกัน มาว่าแฟนคนอื่นอย่างนี้ได้ไงกันฮึ” แคทพูดติดตลก หญิงสาวมัวแต่กินเลยไม่ทันได้จับสังเกตความผิดปกติใดๆทั้งสิ้น ปล่อยให้ตุลย์แอบเบ้ปากหมั่นไส้อยู่คนเดียว
___________________________________________________________________
Continue Chapter 3
“วันนี้พี่นิวไปกินกับเพื่อนก็ได้ค่ะ งานแคทยังไม่เสร็จจริงๆ” ปากก็พูดมือก็สาละวนอยู่กับปึกกระดาษหนาเตอะตรงหน้า
“เหรอ งั้นพี่ไปนะ เอ่อ...เอาอะไรมั้ย พี่จะซื้อมาฝาก” เขาเกือบจะลืมถามแต่ดีว่านึกขึ้นได้เสียก่อน
“อะไรก็ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมองเลยด้วยซ้ำ นิวค่อยๆหันหลังเดินออกไปพร้อมเพื่อนร่วมงานอีกสามสี่คน
วันนี้เขาเลือกร้านที่ห่างออกไปจากที่ทำงานสักหน่อยเพราะเพื่อนที่มาด้วยกันบ่นเบื่อร้านเดิมขึ้นมาดื้อๆ ขณะที่กำลังมองหาที่นั่งอยู่นั้นสายตาเขาก็สะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่งในชุดพนักงานออฟฟิตธรรมดาๆ แต่สิ่งที่ทำให้เธอโดดเด่นออกมาจากคนอื่นๆ คือใบหน้าขาวกระจ่างใสซึ่งเจ้าของใบหน้าแสนสวยไม่ใช่ใครที่ไหน
ชายหนุ่มรู้สึกละล้าละลัง ใจหนึ่งก็อยากเข้าไปทัก ใจหนึ่งก็ลังเล แต่เพราะท้องที่ร้องจ๊อกๆ บวกกับโต๊ะของพวกหล่อนก็มีที่ว่างพอจะให้พวกเขานั่งด้วยได้ เมื่อท้องออกคำสั่งเช่นนี้ขาจึงก้าวเดินตาม เขาพาตัวเองมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะของเธอ
ทีแรกนั้นดูเหมือนหญิงสาวจะไม่ได้ใส่ใจ ออกจะมองผ่านๆไปด้วยซ้ำ แต่พอเธอมองซ้ำเธอก็จำได้
“อ้าว พี่นิว” หล่อนอุทานเสียงดังจนเขาเองยังตกใจ
“มากินข้าวเหรอคะ” เจ้าของใบหน้าขาวใสส่งยิ้มละลายหัวใจให้เขาอีกครั้ง
เขาผงกหัวให้ทีหนึ่ง
“คือว่าขอพวกพี่นั่งด้วยได้รึเปล่าครับ โต๊ะมันเต็ม” เขาชี้ไปทางเพื่อนๆที่ยืนเตร่กันอยู่ข้างนอก
หญิงสาวชะโงกมองตามมือเขาไปก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ “เชิญค่ะ” เธอว่าสั้นๆ
ไม่ทันที่เขาจะได้ลงนั่ง เธอก็โพล่งถามออกมาอีกครั้ง
“แล้วแคทไม่มากินด้วยเหรอคะ” ว่าพลางชะเง้อชะแง้มองออกไปข้างนอก
“เขายังเคลียร์งานไม่เสร็จเลยขอทำงานต่อ” เขาตอบก่อนจะหันไปสั่งอาหาร
“แล้วกัน” คราวนี้เจ้าหล่อนทำเสียงดังกว่าเดิม “แล้วมันไม่หิวแย่เหรอคะ” ถึงจะเรียกเพื่อนว่า มัน แต่น้ำเสียงกลับฟังดูห่วงใยยิ่งกว่าคนเป็นแฟนเสียอีก
“เดี๋ยวพี่จะซื้อขนมไปให้” เขาตอบสั้นๆ
ตุลย์เหล่มองชายหนุ่มแล้วแอบทำหน้ามุ่ยหนึ่งทีแต่เขาไม่ทันสังเกต เธอทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ
“พี่นิวรู้รึเปล่าคะว่าแคทมันเป็นโรคกระเพาะ ถ้าไม่ได้กินตามเวลามันจะปวดท้อง ปวดมากๆด้วยนะ”
เขาชะงักมือที่สาวเส้นก๋วยเตี๋ยวค้าง จะกินก็ไม่เป็นอันได้กินละมังวันนี้
“เอ่อ...ไม่รู้ครับ” เขาตั้งท่าจะกินต่อ
“งั้นเดี๋ยวตุลย์จะไปซื้อขนมให้มันเอง แล้วเดี๋ยวตุลย์ฝากพี่เอาไปให้นะคะ” เธอลุกขึ้นยืนและสะพายกระเป๋าตั้งท่าจะออกไป
“เดี๋ยวพี่ไปซื้อเองครับ ไม่เป็นไรหรอก” เขารู้สึกเหมือนตัวเองผิดยังไงชอบกล แต่หญิงสาวกลับส่ายหน้าดิก “พี่รู้เหรอคะว่ามันชอบกินอะไร ซื้อไปไม่ถูกใจมันก็ไม่กินหรอกค่ะ พี่อยู่เฉยๆน่ะดีแล้ว รออยู่นี่นะคะ” ว่าแล้วเธอก็เดินตัวปลิวออกไปเลยไม่รอให้เขาได้พูดอะไรอีก ได้แต่มองตามอ้าปากค้างกับความไวของหญิงสาวก่อนจะค่อยๆบรรจงคีบลูกชิ้นเข้าปากเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อถูกวางปุลงบนโต๊ะของหญิงสาว แคทเงยหน้าขึ้นมองคนเอามาให้แบบตกใจนิดๆ
“โอ้โห พี่นิว ไม่ต้องซื้อเยอะขนาดนี้ก็ได้ค่ะ” ร่างเล็กว่าพลางคุ้ยถุงพลาสติกแต่ละใบดูด้วยใบหน้าแช่มชื่นสุดๆ “ว้าว มีแต่ของชอบ พี่นิวรู้ได้ไงว่าแคทชอบกินชาเขียวรสนี้” เธอหมุนขวดน้ำชาเขียวออกเปิดด้วยความรวดเร็ว
เขาไม่รู้จะพูดอะไรดี ละอายใจอยู่บ้างที่เป็นแฟนแท้ๆ แต่กลับไม่รู้เรื่องอะไรของเธอเลย จะอ้างว่าเพิ่งคบกันได้ไม่กี่เดือนก็พอจะอ้างได้ แต่ถ้าจะว่ากันจริงๆแล้ว เขาอาจไม่ได้ใส่ใจเท่าที่ควร
“พอดีพี่เจอตุลย์ เค้าเลยเป็นคนไปซื้อมาให้น่ะ” เขาพูดเสียงอ่อยๆ
“อ้าว เหรอคะ...” หญิงสาวยิ้มค้างไปเล็กน้อย “ถึงว่าสิ ทำไมพี่นิวรู้ดีจัง” หญิงสาวตัวเล็กคว้าถุงขนมมาแกะเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อแบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่ได้สนใจว่าชายหนุ่มค่อยๆเดินหันหลังกลับไปเมื่อไหร่ด้วยซ้ำ
แคทเปิดประตูเข้าห้องมาด้วยความเหนื่อยล้าแบบสุดๆ แต่พอเข้ามาในห้องก็ต้องประหลาดใจกับโต๊ะอาหารที่จัดไว้แบบอลังการ อาหารหน้าตาน่ากินวางเรียงรายเต็มโต๊ะ แถมยังมีเสียงเพลงช้าๆ เพราะๆ ดังคลออีกต่างหาก
“ไง กลับมาแล้วเหรอ” เสียงหวานๆดังออกมาจากครัว ร่างสูงโปร่งในชุดผ้ากันเปื้อนชะโงกหน้าออกมา “วันนี้ฉันลองทำกับข้าวน่ะ”
“นึกยังไงน่ะ” แคทพูดยิ้มๆล้อเลียนก่อนจะเดินไปทำจมูกฟุดฟิดที่จานอาหาร “กินได้รึเปล่าล่ะนี่”
“บ้า” มีเสียงตอบแค่นี้ในขณะที่เจ้าตัวกำลังสาละวนกับการถอดผ้ากันเปื้อนออก
“เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวเหรอจ๊ะ” แคทพูดไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้มีเจตนาจะพาดพิงถึงอะไร แต่คำพูดนั้นไปกระทบใจตุลย์เข้าอย่างแรง
“ไม่” เสียงหวานๆ เมื่อครู่ฟังดูเย็นชาขึ้นมาถนัดใจ “บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าจะไม่แต่งงาน อย่ามาพูดเรื่องไร้สาระน่า กะอีแค่อยากทำกับข้าว ไม่ได้แปลว่าอยากจะเป็นแม่บ้าน มีลูกมีผัวซะเมื่อไหร่” เธอตอบรัวเป็นชุดพลางพับผ้ากันเปื้อนไปเก็บไว้ในห้องครัว
“เฮ้ย ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจให้โกรธนะ...ตุลย์” แคทเริ่มหน้าเสียก่อนจะทำเสียงอ่อยแล้วเดินไปหาเพื่อนรักเหมือนทุกครั้งที่เคยๆทำ ร่างเล็กเข้าไปกอดร่างสูงไว้จากด้านหลังเบาๆ ก่อนจะแนบหน้าลงกับแผ่นหลัง
“ขอโทษนะจ๊า...ไม่โกรธเค้าน้าตัวเอง” เวลาจะง้อตุลย์ทีไร แคทมักจะทำท่าทำเสียงปัญญาอ่อนแบบนี้เสมอ เพื่อให้เพื่อนสาวที่มีบุคลิกขรึมและเอาจริงเอาจังกว่าคนนี้หายโกรธได้โดยเร็ว ซึ่งครั้งนี้ก็ได้ผลเหมือนทุกที คนตัวสูงกว่าหมุนตัวกลับมาและใช้มือโอบไหล่คนตัวเล็กกว่าเอาไว้หลวมๆ
“เออ ไม่โกรธ แต่จำไว้ ถ้าไม่อยากทะเลาะกัน อย่าพูดเรื่องแต่งงานขึ้นมาอีกนะเว้ย” ทำเสียงดุแต่แววตาอ่อนโยน แคทมองแล้วก็พยักหน้ารับยิ้มๆ
เธอไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เธอก็ชอบพูดเล่นไปเรื่อย ลืมไปเสียสนิทเรื่องอดีตรักของตุลย์ ไม่น่าพูดให้เพื่อนต้องเสียใจเลยแท้ๆ
โดยส่วนตัวแล้วเธอไม่เชื่อหรอกว่าตุลย์รังเกียจการแต่งงาน เธอคิดว่าตุลย์คงจะแค่ยังเจ็บปวดไม่หายกับความรักครั้งที่ผ่านไปมากกว่า คงจะยังทำใจไม่ได้ ถึงภายนอกจะทำเข้มแข็ง แต่จริงๆแล้วคงจะยังรักผู้ชายคนนั้นอยู่ถึงได้ไม่ยอมให้พูดเรื่องแต่งงานอีกเลย
ใช่แล้ว ตุลย์เกือบจะได้แต่งงาน กับผู้ชายคนที่เธอคบหามานานราวๆ ห้าหกปี ความรักของทั้งคู่ก็ทั่วไป ไม่มีอะไรมาก คนหล่อคนสวยมาเจอกัน ชอบกัน คบกัน จบ เรื่องมันก็ดำเนินมาจนจะถึงขั้นจะแต่งงานกัน เกือบจะแฮปปี้เอนดิ้งแล้ว ติดแต่ว่าอยู่ดีๆ หมอนั่นก็หนีไปมีแฟนใหม่ซะดื้อๆ ปล่อยให้ตุลย์ต้องเป็นหม้ายขันหมาก แบบนี้ก็สมควรอยู่หรอก ถ้าเพื่อนรักคนนี้จะขยาดการแต่งงานไปอีกซักพักใหญ่ๆ
'ไม่เสียใจหรอก ไม่แต่งก็ได้ เราไม่ได้รักเค้านี่ ชีวิตนี้ไม่แต่งงานก็ไม่เห็นตายเลย มีเพื่อนดีๆ มีพ่อแม่ก็พอแล้ว แฟนน่ะ เอามาก็ดีแต่จะเป็นภาระ ปัญหามาก สู้อยู่กับแคทก็ไม่ได้ สบายใจกว่ากันเยอะ’
เธอยังจำได้ถึงคำพูดของเพื่อนสาวในวันที่โดนฝ่ายชายยกเลิกการแต่งงาน ทุกคนพากันมาปลอบใจหวังว่าคงจะเห็นเธอนั่งร้องไห้ฟูมฟาย ที่ไหนได้ ภาพที่เห็นคือเธอนั่งพูดประโยคเมื่อกี้แบบไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรเลย แต่สำหรับแคทแล้ว ไม่ว่ายังไงเธอก็คิดว่าตุลย์คงจะเสียใจอยู่มาก ที่ว่าไม่รักคงจะโกหกเพราะไม่อยากให้ใครเห็นว่าเธออ่อนแอ นั่นล่ะ นิสัยของตุลย์ แต่อาการนี้ ท่าทางจะเสียใจมากจนเพี้ยน ถึงกับตั้งแง่รังเกียจผู้ชายกับการแต่งงานไปเลย
“เหม่ออะไร” เสียงเดิมดังขึ้นข้างหูจนเจ้าของร่างผอมบางสะดุ้งตัวโยน
“เปล่าๆๆๆ” ปฏิเสธพัลวัน “กินข้าวกันดีกว่า เดี๋ยวเย็นแล้วไม่อร่อย ว่าแต่ซื้อยาแก้ท้องเสียไว้แล้วแน่นะ”
พอพูดจบแคทก็ต้องทำหัวหดหลบมะเหงกของเพื่อนรักที่ทำท่าจะลอยมาตกบนหัว สองสาวหยอกล้อเล่นหัว กินไปหัวเราะไปอย่างสุโข
“เออ เกือบลืมเลยเห็นมั้ย วันนี้น่ะ ขอบคุณนะ ที่ซื้อขนมไปให้น่ะ”
ตุลย์เงยหน้าจากจานอาหารแล้วส่งยิ้มให้พลางส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร
“แล้วอีตาพี่นิวนั่นไม่ว่าไงเหรอ” จู่ๆก็ถามขึ้นมาเล่นเอาแคททำตาโตแบบไม่เข้าใจ
“ว่าอะไร”
“ก็เค้าเอาขนมไปให้แล้วเค้าว่าไงบ้างล่ะ”
“ไม่ว่าไง บอกว่าตุลย์ไปซื้อมาให้”
“แค่เนี้ยะ....” ทำเสียงสูงแบบไม่พอใจนิดๆ “เออ นี่ เป็นแฟนกันประสาอะไร ปล่อยให้แคทที่เป็นโรคกระเพาะนั่งทำงานไม่มากินข้าว แถมจะซื้ออะไรไปฝากก็ไม่รู้อีก ไม่ได้ความเลยนะพี่นิวอะไรเนี่ย” หล่อนได้ทีใส่เป็นชุด
“อ้าว....” คนฟังได้แต่อ้าปากค้างเพราะพูดไม่ทัน “เราเป็นคนบอกพี่เค้าให้ไปเอง แล้วเราก็ไม่เคยบอกเค้าว่าเราเป็นโรคกระเพาะด้วย อีกอย่างเค้าเพิ่งคบกับเราได้ไม่ถึงเดือนเลยนะตุลย์” แคทพูดพลางหัวเราะน้อยๆกับท่าทีขึงขังของเพื่อนสาว “ให้โอกาสเค้าหน่อยสิจ๊ะ”
หญิงสาวหน้าขาววอกฟังแล้วก็ยักไหล่ผสมกับถอนหายใจส่งๆเหมือนจะประชดประชันอยู่ในที
“ฉันว่าเค้าไม่สนใจมากกว่า”
“อ้าว แล้วกัน มาว่าแฟนคนอื่นอย่างนี้ได้ไงกันฮึ” แคทพูดติดตลก หญิงสาวมัวแต่กินเลยไม่ทันได้จับสังเกตความผิดปกติใดๆทั้งสิ้น ปล่อยให้ตุลย์แอบเบ้ปากหมั่นไส้อยู่คนเดียว
___________________________________________________________________
Continue Chapter 3
#1 By (^_^)/nana on 2008-06-09 10:09