Gemini Lover
posted on 11 Jun 2008 08:04 by virginterritory in SurvivingtheMatingSeasonGemini Lover (Part I)
By Jessi Cotterill
“ฉันนึกไม่ออกเลยจริงจริ๊ง
ว่าถ้าต้องอยู่คนเดียวเนี่ย มันจะเป็นยังไง”
“ก็เหมือนเวลาเธอขับรถไปไหนคนเดียวไง
ง่าย ๆ เลยนะ เธอนั่งอยู่ในรถคนเดียว แล้วบางทีเธอก็มองเห็นคนขับรถเฟอรารี่จอดติดไฟแดงอยู่ข้าง
ๆ แต่เธอไม่กล้าหันไปยิ้มทัก บางทีก็เห็นคู่รักเดินจูงมือกันอยู่บนทางเท้า
แล้วเธอก็นึกชื่นชมหรือหมั่นไส้
ก็แล้วแต่อารมณ์ของเธอในตอนนั้นน่ะ”
“มันจะเหมือนกันไปได้ยังไง พอจอดรถ ฉันก็เข้าไปนั่งอยู่ในร้านอาหารกับแฟนแล้ว”
“งั้นลองนึกอีกทีว่าเธอขับรถคนเดียวบนถนนอันจอแจ
แล้วเธอหาที่จอดรถไม่ได้
หรืออาจจะมีที่จอดรถ แต่เธอยังไม่อยากจอด
เพราะที่ตรงนั้นมันไม่น่าจอด เธอก็เลยขับไปเรื่อย ๆ
หวังว่าจะมีที่จอดที่ดีกว่า”
“งั้นมันก็คงเหมือนกับการเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด ก็น่าตื่นเต้นดีนะ”
“ใช่
แต่หากเธอขับเส้นทางเดิมอยู่ตลอดเวลา วนหาที่จอดบนถนนเส้นเดิม
เธอก็จะเกิดความเคยชินกับมัน แล้วก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นอีก”
“แล้วเธอคิดว่า
เธอหาที่จอดไม่ได้ หรือไม่อยากจอด
แล้วตอนนี้เธอขับบนเส้นทางเดิมอยู่ตลอดรึเปล่า?”
“ก็แล้วแต่วันน่ะ”
“เฮ้อ.....แพทเอ้ย
หัดทำตัวให้มันเข้าใจง่าย ๆ หน่อยได้มั้ย
แล้วอย่างนี้จะมีผู้ชายที่ไหนอยู่กับเธอได้ล่ะ”
แพทนั่งนึกทบทวนสิ่งที่คุยกับแก้วในวันนี้
แก้วค่อนแคะนักหนาว่าแพทไม่ยอมลงเอย
กับใครสักที ทั้งที่นิสัยก็ดี หน้าตาก็สะสวย
สวยกว่าเพื่อนทุกคนในรุ่นเดียวกัน
ใช่....แพทนิสัยดี
แถมยังเป็นคนสวย สวยเข้าขั้นนางแบบเลยก็ว่าได้
เพราะแพทเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ
ตาคม จมูกโด่ง ผิวขาว สูงเพรียว
แต่.....ไม่มีแฟน ไม่ว่าจะแฟนผู้หญิงหรือผู้ชาย
แพทมีทั้งผู้ชายและทอม
หรือแม้กระทั่งหญิงแท้ที่ชอบหญิงแท้มาจีบ และบางครั้งที่แพทนึกสนุกขึ้นมาก็จะเล่นหูเล่นตาหว่านเสน่ห์กับพวกนี้
ซึ่งพฤติกรรมนี้สร้างความงุนงงแกมเบื่อหน่ายแก่บรรดาเพื่อนสนิทของแพท
เพื่อน ๆ
ไม่เข้าใจว่า ตกลงแพทอยู่ในเพศไหนกันแน่
“เบญจเพศ”
เป็นคำตอบเมื่อห้าปีที่แล้วของแพท
พอเลยวัยเบญจเพศ แพทก็ได้แต่ตอบว่า
“เพศแม่ไงจ๊ะ....”
หรือ
“เพศศึกษา...กำลังศึกษาอยู่น่ะ”
หรือ “ไม่บ่งเพศ ยังไม่ทราบแน่ชัดเหมือนกัน” หรือ
“เพศยามั้ง....ภาษาไทยไม่แข็งแรงค่ะ” ก็พูดให้ขำ ๆ กันไป คนจะได้ไม่ต้องเซ้าซี้ แล้วปีนี้ล่ะ?
ใกล้จะถึงวันเกิดของแพทแล้ว แพทอาจจะเข้าสู่
”สมณะเพศ”
หรือไม่อย่างนั้นก็อาจจะเรียกตัวเองว่าเป็น
”จิตเภท” กระมัง
ป่วยการที่จะคิด
ทำไมผู้คนไม่ปล่อยฉันไปตามเรื่องตามราวของฉันนะ
ทำไมต้องมากำหนดเพศ กำหนดให้คนเรามีคู่กันด้วย
ข้อสรุปที่เพื่อนสนิทให้กับแพทเกี่ยวกับการไม่มีคู่ก็คือ
“แพทมันเป็นลูกอีช่างเลือก”
แต่ข้อสรุปของคนไม่สนิท หรืออาจจะคนที่ถูกแพทปฏิเสธไปก็คือ
“แพทมันเจ้าชู้”
.... นั่นยังดี....
แต่ที่แย่ ๆ ก็เช่น “แพทมันเอาได้หมด”
“แพทมันนอนกะเขาไปทั่ว” “แพทมันใจง่าย”
โอ้ พระเจ้า คนเรานี่ช่างจินตนาการกันไปได้ไกลจริง ๆ
การเกิดมารูปร่างหน้าตาดี
มีคนมาชอบเยอะ แล้วยังหลงเสน่ห์คนอื่นง่ายนี่ มันผิดด้วยหรือ?
“ผิดครับ
ผิด น้องแพทน่าจะเลือกไว้สักคน แล้วลองคบคนนั้นไปนาน ๆ เพื่อดูนิสัยใจคอกันนะครับ”
“คนนะคะพี่ ไม่ใช่ผักปลา จะได้มาเลือกกัน”
“งั้นตอนนี้ก็เหมือนกับว่าน้องแพทกินทุกอย่างที่อยู่ในบุฟเฟ่ต์ ไม่ได้ตักใส่จานเพียงอย่างสองอย่างแล้วอิ่มเอมชื่นชมกับรสชาติของสิ่งที่เลือกมานั้น”
พงค์ดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่พูดอะไรแล้วทำให้แพทหยุดและคิดตามได้ แต่ก็ไม่แน่ คงเป็นเพราะพงค์รู้จุดอ่อนว่าความสุขของแพทคือการได้รับประทานอาหารอร่อย ๆ ในบรรยากาศดี ๆ ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุนำพาให้แพทมาเป็นนักเขียนประจำของหนังสือท่องเที่ยวภาษาอังกฤษชื่อดังแห่งหนึ่ง ดังนั้นถ้ามีใครพูดเรื่องอาหารหรือเอาอาหารไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ใด ๆ ละก็ แน่นอนว่ามันจะต้องกระตุ้นความสนใจของแพทขึ้นมาได้ง่าย ๆ ทันที
“นี่พี่พงค์ก็เป็นอีกคนใช่ไหม
ที่คิดว่าแพท...เจ้าชู้” แพทพยายามเลือกใช้คำที่คิดว่า
เป็นคำครหาตัวเองที่เบาที่สุด
“เปล่าเลยครับเปล่า” พงค์โบกไม้โบกมือ “โธ่...น้องแพท ทำไมถึงตีความคำพูดผมไปแบบนั้นครับ ผมไม่เคยคิดอะไรอย่างนั้นเลย.....เอาอย่างนี้นะ น้องแพทชอบดื่มไวน์ใช่มั้ย?”
“ทำไมคะ? พี่จะเลี้ยงไวน์แพทเหรอ?”
“เปล่าครับ....คือ เวลาน้องแพทดื่มไวน์น่ะ น้องแพทจะดื่มด่ำกับรสชาติของมัน กลั้วไวน์อยู่ในปากสักสี่ห้าวิก่อนจะกลืนลงคอไปใช่มั้ยครับ?”
แพทนึกถึงงานชิมไวน์ที่โรงแรมระดับห้าดาวแห่งหนึ่ง
ที่นั่น แพทถูกเชิญให้ไปชิมไวน์
เพื่อเขียนลงในคอลัมน์ แนะนำอาหารและเครื่องดื่ม แพทจำได้ว่างานนั้นแพทเขียนได้ดีทีเดียว
บรรยายได้อย่างเข้าถึงรสชาติและบรรยากาศของการดื่มไวน์จนแพทกลายเป็นแขกรับเชิญ
ประจำของโรงแรมให้มาชิมไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่มที่โรงแรมจัดรายการ
แต่บางงานที่แพทได้รับเชิญแพทก็ไม่เอาไปเขียนหรอกนะ เพราะรสชาติอาหารห่วยแตก
แพทไม่เคยเขียนเชียร์ ในสิ่งที่ผู้บริโภคจะผิดหวังอยู่แล้วแม้นั่นจะขัดกับนโยบายไม่ว่าจะของโรงแรม
หรือของหนังสือที่แพททำงานด้วยก็ตาม แต่แพทมีจุดยืนและไม่ยอมอ่อนข้อในเรื่องนี้
และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้แพทอยู่ในวงการนี้ได้นาน มีผู้คนชื่นชม และรู้จักแพทมากมาย
“แล้วมันเกี่ยวกันยังไงคะ?”
“ก็เหมือนกับคนนั่นแหละครับ ถ้าน้องแพทใช่เวลาดื่มด่ำกับความสัมพันธ์สักหน่อย น้องแพทก็จะรู้ว่ามันมีค่าน่าจดจำขนาดไหน”
“แต่วันนั้นแพทก็ชิมไวน์ไปหลายยี่ห้อเหมือนกันนะคะ แถมเวลาชิมไวน์แล้วยังต้องบ้วนทิ้งด้วย”
“เอาล่ะครับ ผมว่าเราแยกย้ายกันไปทำงานดีกว่า ผมเหนื่อยสีซอแล้วครับ”
“อะไรนะคะ?”
“ไม่มีอะไรครับ ผมต้องรีบไปลงสีงานกราฟฟิกที่ทำไว้ แล้วคุยกันใหม่นะครับ”
“เดี๋ยวพี่ คืนนี้มีเทศกาลปูนิ่ม พี่อยากไปกินปูกับแพทมั้ย?”
“ไม่ล่ะครับ ขอบคุณครับ ผมนัดแม่ไว้แล้วว่าจะไปกินข้าวเย็นด้วย”
“งั้นไว้คราวหน้านะคะ”
“ได้เลยครับ”
ที่มุมห้อง พนักงานสาวสองสามคนพยักเพยิดและแบะปากใส่กัน
แพทรู้ว่าไม่เคยมีคราวหน้าหรือคราวไหนที่พงค์จะออกไปกับแพทเพียงลำพังสองคน
ส่วนมากแล้ว จะมีลูกน้องของพงค์ตามมาด้วยสักคนเสมอ

#1 By (^_^)/nana on 2008-06-11 14:05