Gemini Lover (Part IV)
posted on 11 Jun 2008 14:44 by virginterritory in SurvivingtheMatingSeasonGemini Lover
By Jessi Cotterill
แม้ใครจะมองว่าแพทมีความมั่นใจสูง
ไม่อ่อนไหวไปกับคำวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นา ๆ
แต่แพทก็รู้ตัวเองดีว่า
ถึงภายนอกจะดูแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ลึก ๆ แล้วก็เปราะบางหากถูกเมินเฉย
จากคนที่แพทรักแพทห่วง
เย็นวันนั้นแพทดื่มไวน์ไปครึ่งขวด และตัดสินใจเดินจากคอนโดตัวเองไปยังคอนโดของพงค์ ซึ่งห่างกันราวสองกิโลเมตร แพทฉวยโอกาสขึ้นลิฟท์กับผู้พักอาศัยคนอื่นที่ขึ้นลิฟท์โดยใช้ระบบคีย์การ์ด เมื่อแพทไปถึงหน้าห้องพงค์ จิตใจก็ลุ่ม ๆ ดอน ๆ เกรงว่าอาจจะมาผิดเวลาหากพงค์กำลังอยู่กับใครในห้องพัก
แพทตัดสินใจกดกริ่งหน้าห้องพงค์ รู้ดีว่าพงค์จะต้องมองเห็นตัวเองจากตาแมวที่ติดอยู่ที่ประตู
เมื่อประตูเปิดออก
พงค์อยู่ในชุดกางเกงขาสั้นเหนือเข่ากับเสื้อยืดสีขาวไร้ลวดลาย ดูแล้วแปลกตาเพราะแพทเคยเห็นแต่พงค์ในชุดทำงาน
พงค์มองแพทอยู่นาน
และไม่พูดจาทักทายเลยสักนิด
และสิ่งที่แพทไม่เคยคาดคิด ไม่เคยเตรียมใจมาก่อนก็อุบัติขึ้น แพทรู้สึกถึงน้ำที่ไหลพรากลงมาจากตาทั้งสองข้าง ได้ยินถึงเสียงสะอึกสะอื้นของตัวเอง แพทควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้อีกแล้ว เกิดอะไรขึ้น นี่มันหายนะชัด ๆ นี่แพทจะต้องทำสิ่งน่าขายหน้ากับพงค์ไปอีกถึงไหน แพทโทษไวน์อีกครั้ง ไม่น่าดื่มมาก่อนเลย คิดว่าจะช่วยเสริมความกล้า แต่มันกลับไปกระตุ้นความอ่อนแอที่กักเก็บไว้มานมนานให้ระเบิดออกมา
พงค์ลากแขนแพทให้เข้ามานั่งบนโซฟาในห้องพัก
พงค์ยังคงไม่พูดไม่จา และปล่อยให้แพทร้องไห้สะอึกสะอื้นต่อไป แพทรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองอยู่ในหนังไทยน้ำเน่าสักเรื่องที่พระเอกอาจจะเข้ามา
ตบจูบนางเอกเมื่อไหร่ก็ได้
แต่ไม่ใช่....นี่มันเรื่องจริง...พงค์กำลังเล่นบทโหดจริง ๆ และเกราะกำแพงที่แพทสร้างไว้ป้องกันตัวเองมันได้พังทะลายลงแล้ว
แต่ดูเหมือนว่ากำแพงของพงค์ยังคงตั้งตระหง่านแข็งแรงอยู่ แม้ว่าแพทจะสามารถมองเห็นความอ่อนไหวที่อยู่ข้างหลังกำแพงนั้นก็ตาม
“ผมไม่เคยเห็นน้องแพทเป็นแบบนี้” ในที่สุดพงค์ก็เป็นฝ่ายเริ่มพูดขึ้นก่อน
“แพทก็....ไม่เคยเห็นพี่พงค์เป็นแบบนี้” แพทพยายามพูดโดยไม่สะอื้น
“ผมมีเหตุผลของผม และมันก็สำคัญมากด้วย”
“สำคัญมากถึงขนาดไม่พูดจา ถึงขนาดต้องตัดเพื่อนกันเลยเหรอคะ?”
“แล้วน้องแพทแน่ใจหรือครับว่าคิดกับผมแบบเพื่อน....เพราะผมไม่แน่ใจ”
แพทไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร เพราะไม่รู้ว่าพงค์หมายถึงพงค์ไม่แน่ใจว่าแพทคิดกับพงค์แบบเพื่อน หรือตัวพงค์เองที่ไม่แน่ใจว่าคิดกับแพทแบบเพื่อน
“แพทไม่แน่ใจอะไรทั้งนั้นค่ะ แต่แพทแน่ใจว่า....แพทบริสุทธิ์ใจกับพี่พงค์จริง ๆ ....และที่แพทแน่ใจก็เพราะว่า...” แพทเงียบไปนาน
“เพราะว่าอะไรครับ?”
“คือเรื่องคืนนั้นน่ะค่ะ
คืนวันเกิดแพท.... สิ่งที่แพททำลงไป....มันไม่ใช่....
มันไม่ได้มีความหมายอย่างนั้น....”
“แล้วผมควรจะเข้าใจว่ายังไง?”
คำถามของพงค์ทำให้แพทรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า
เหมือนโดนหักหลังจากเพื่อนที่เคย
ไว้ใจกันมาโดยตลอด นี่พงค์คงคิดว่าแพทเป็นผู้หญิงไร้ยางอายตามที่คนทั่วไปพูดกัน
แพทไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพงค์จะคิดแบบนั้น คิดแบบที่คนอื่นคิด
“แพทไม่เคยคิดอยากจะมีอะไรกับพี่พงค์!!”
แพทโพล่งออกไปในที่สุด
ไม่มีประโยชน์ที่จะมาอ้อมค้อมแล้ว
“งั้นก็ดีแล้วล่ะครับ”
“และแพทก็ไม่เคยคิดอยากจะมีอะไรกับใคร ๆ ที่แพทเดทด้วยทั้งนั้น”
“อยากจะให้ผมเชื่อข้อนั้นด้วยใช่มั้ย”
“พี่พงค์ค่ะ!!! แพทไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าพี่พงค์จะคิดกับแพทแบบนี้ ไหนเคยบอกว่าไม่เคยคิดว่าแพทเจ้าชู้ยังไงค่ะ”
“ผมยอมรับว่าผมเป็นห่วงแพท แต่ผมจะไม่ไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของใครหรอกครับ โดยเฉพาะที่ว่าใครจะนอนกับใคร”
แพทสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด
หวังว่าจะช่วยระงับอารมณ์โกรธที่ตอนนี้พลุ่งพล่านจนรู้สึกเจ็บจี๊ดตรงกลางกระหม่อม แต่จากนั้นไม่นานความรู้สึกโกรธก็หายไป
กลายเป็นความรู้สึกสิ้นหวัง อ่อนแอ หวาดกลัว
ใช่...มันกลับมาอีกแล้ว
ความรู้สึกนั้น แพทรู้สึกอยากจะคดคู้ร่างกายตัวเอง
ให้หายไปในเบาะโซฟาที่นั่งอยู่
อยากจะหายไปจากตรงนั้น อยากจะให้โซฟากลืนร่างตัวเองลงไป
ไม่อยากจะเผชิญหน้ากับใครทั้งนั้น โดยเฉพาะกับพงค์
ความรู้สึกนี้มันบีบคั้นและทำให้รู้สึกอัดอั้นเหลือเกิน แพททนไม่ไหวแล้ว
แพทต้องพูด ต้องระเบิดมันออกมา และแพทก็ตัดสินใจเปิดเผยสิ่งที่ไม่เคยคิดจะเปิดเผยกับใครในที่สุด
“ตอนที่แพทยังเล็ก แพทถูกพี่ชายกับคู่ขาของเขา...ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำกับเด็กอายุสามขวบ” แพทพูดเบาจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ
กำแพงที่พงค์ก่อขึ้นขวางระหว่างเขากับแพทพังทลายลงในชั่วพริบตา
“แพท....แพท...ผม...ผม...ผมขอโทษจริง ๆ
...ผมไม่เคยรู้มาก่อน” พงค์กล่าวด้วยเสียงแหบพร่า
“ไม่มีใครรู้หรอกค่ะ
และกว่าแพทจะรู้ว่ามันคืออะไร แพทก็อายุสิบสามแล้ว ตอนนั้นแพทเลยตัดสินใจขอย้ายมาอยู่เมืองไทยกับแม่”
แพทยังคงน้ำตาไหลพรากเป็นสาย “แพทไม่นึกเลยว่าจะถึงจุดที่ต้องเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูด
แพทพยายามไม่คิดถึงมัน
แล้วทำตัวให้อยู่ในสังคมได้อย่างปกติ...แพทอาจจะออกไปเที่ยวกับผู้ชายหลายคน
แต่ไม่มีสักคนหรอกค่ะที่แพทจะสานความสัมพันธ์จนไปถึงขั้นที่ต้องทำอะไรแบบนั้น...
แพททำไม่ได้...สิ่งที่เกิดขึ้นตอนเป็นเด็กมันมาหลอกหลอนแพทอยู่ทุกคืน....
แพทบอกตามตรงว่าแพทอยู่กับพี่พงค์แล้วแพทสบายใจ
พี่พงค์ไม่เคยคิดจะเอาเปรียบแพท
เหมือนผู้ชายคนอื่น ๆ แล้วแพทก็ไม่สนหรอกนะคะว่าพี่พงค์จะเป็นเกย์รึเปล่า
เพราะแพทไม่เคยคิดอยากจะทำอะไรกับพี่พงค์อย่างนั้นอยู่แล้ว”
“ผมไม่ได้เป็นเกย์นะครับน้องแพท”
“พี่พงค์คะ... แพทไม่เคยพูดถึงพี่พงค์ในทางเสียหายแบบที่คนในออฟฟิสพูดกัน แพทเข้าใจว่ามันอาจจะกระทบกับหน้าที่การงานของพี่ แต่พี่ไม่จำเป็นต้องปิดบังแพ-...”
“แพทครับ!! ผมอยากให้คนอื่นคิดว่าผมเป็นเกย์ดีกว่าที่จะให้พวกเขารู้ความจริงบางอย่าง”
“ความจริงบางอย่าง.....?”
“ผมก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะต้องมาถึงจุดที่ต้องพูดเรื่องนี้ขึ้นมา
คนอื่นจะพูดยังไงก็ช่างผมไม่แคร์ แต่ผมแคร์แพท รู้บ้างมั้ยว่าผมแคร์คุณ
ผมถึงต้องทำแบบนี้ โธ่เว้ย!!”
พงค์ลุกจากโซฟาและเดินไปยืนมองออกไปนอกระเบียงห้องพักซึ่งมองลงไป
เห็นไฟถนนและรถจอแจอยู่ข้างล่าง
“คือว่า....แพท...ไม่เข้าใจที่พี่พงค์พูดเลยค่ะ”
พงค์เดินกลับมานั่งที่โซฟาตรงหน้าแคท “ผมก็มีความลับที่ไม่มีใครรู้เหมือนกัน ยกเว้นแม่”
แพทรู้สึกเหมือนต้องการจะพูดอะไร แต่ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมา
“แพทตั้งใจฟังผมดี ๆ นะ”
แพทพยักหน้า แม้ว่าจะตกใจและไม่เข้าใจว่าพงค์กำลังพูดถึงอะไร
“ผมไม่ได้เป็นเกย์ ผมเป็นผู้ชายที่ชอบผู้หญิง”
แพทพยักหน้า
“...แต่ร่างกายผม...ร่างกายผมไม่ปกติ....ให้ตายสิ!! ผมจะมานั่งบอกคุณทำไมนะ!” พงค์ใช้มือขวาขยี้ผมตัวเองจนดูยุ่งเหยิงราวกับคนเพิ่งตื่นนอน
“เกิดอะไรขึ้นคะ
แพทเป็นห่วงพี่นะคะ เป็นห่วงมาก พี่ก็น่าจะรู้...บอกแพทมานะคะ
แพทจะหาทางช่วยพี่เต็มที่”
“ไม่มีใครช่วยอะไรผมได้หรอก
ถ้าตอนนั้นพ่อไม่ตาย ถ้าตอนนั้นเรามีเงินให้โรงพยาบาล
มันก็คงไม่เป็นแบบนี้”
พงค์ถอนหายใจ
“มันร้ายแรงรึเปล่าค่ะ?”
“ทางร่างกายก็ไม่หรอก อย่างน้อยมันก็ไม่ทำให้ผมตาย แต่มันทำให้ผมต้องปิดตัวเอง แฟนเก่าที่อังกฤษทิ้งผมไปเพราะเขารังเกียจที่ผมเป็นแบบนี้”
“แพทไม่มีทางรังเกียจพี่ ไม่ว่ามันจะร้ายแรงแค่ไหน อย่าลืมนะคะว่าแพทไม่ได้ต้องการ....”
“แพท” พงค์เลื่อนตัวเข้ามาใกล้แพทและจับมือทั้งสองของแพทไว้ “มันน่ารังเกียจกว่าที่แพทคิด” พงค์ถอนหายใจ “...ผมเป็นคนมีสองเพศ...ผมมีของทั้งผู้ชายและผู้หญิงอยู่ในตัว”
“Hermaphrodite...”
แพทแทบจะไม่ได้ยินเสียงตัวเอง ใจประหวัดนึกไปถึงเพื่อนเด็กหญิงสมัยอนุบาลที่อังกฤษซึ่งชอบหักแขนขาตุ๊กตาบาบี้ของแพท
แล้วเอามาแต่งตัวใหม่เป็นสัตว์ประหลาด
เพื่อนคนนี้พอขึ้นชั้นประถมก็ถูกกร้อนผม เปลี่ยนชื่อ
จับแต่งตัวใหม่เป็นเด็กผู้ชาย
แพทยังจำได้ว่าตั้งแต่นั้นมาเพื่อนคนนี้ก็กลายเป็นเด็กเก็บตัว
เพราะแม้ครูประจำชั้นจะพยายามอธิบายให้เด็ก ๆ เข้าใจ แต่เด็กผู้ชายด้วยกันก็ไม่มีใครยอมเล่นด้วย
และตัวเขาเองก็ไม่ยอมเล่นกับเด็กผู้หญิง
และจนในที่สุดครอบครัวของเขาก็ย้ายออกจากเมืองไป
#1 By (^_^)/nana on 2008-06-11 15:11