Lust Catastrophe II

posted on 06 Jul 2008 12:03 by virginterritory  in Lovecatastrophe
Chaper Two (กรุณาย้อนกลับไปอ่านตอนที่หนึ่งก่อน) กดที่นี่

5 เม.ย. 50 (วันพฤหัส)

วันนี้เป็นวันเฮงซวยที่สุดในชีวิตฉัน !!!!!

พี่ตี๋ลางานช่วงเช้า ฉันโทรหาเค้าก็ไม่รับ จนฉันเข้าประชุมช่วงเช้านั่นแหละ เจ้านายถึงพูดกลางห้องประชุมว่าพี่ตี๋ลาครึ่งเช้านะ เพราะว่าพาแฟนไปฝากท้องงงงงง

มันเหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจฉัน ท้อง ท้อง ท้อง บ้าบอที่สุด
นี่หล่อนไม่มีวิธีอะไรจะยึดผัวเอาไว้รึไงกันนะ ถึงต้องเอาลูกมาจับเนี่ย นี่คงจะปล่อยตัวเองให้ท้องล่ะสิ แล้วพี่ตี๋เค้าเป็นคนดี เค้าก็คงต้องรับผิดชอบมันน่ะสิ ไม่นะ ฉันไม่ยอมเด็ดขาด
ทั้งๆ ที่ระหว่างเราสองคน กำลังไปได้สวยแท้ๆ ถ้าฉันจะปล่อยให้ท้องบ้าง ฉันก็ทำได้ หลายต่อหลายครั้งที่เรารักกัน มันเป็นสิ่งวิเศษที่สุด แต่ฉันยังไม่ทำ แล้วทำไม ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึง....โว้ย เกลียดจริงๆ

ที่ฉันโกรธน่ะ ก็คือพี่ตี๋ ไหนบอกว่าไม่รัก ไม่พิศวาสเค้าแล้ว แล้วทำไมถึงปล่อยให้ท้องได้ แบบนี้ก็แปลว่าไปมีอะไรกันมาน่ะสิ

ฉันจะทำยังไงดี วันนี้มันว้าวุ่นไปหมด ไม่มีสมาธิจะทำงานเลย ฉันถามเค้าว่ามันตั้งแต่เมื่อไหร่ เค้าบอกว่าท้องได้สามเดือนกว่าแล้ว อ๋อ ก็ยังดี แสดงว่าก็ก่อนที่จะคบกับฉันสินะ ฉันก็กะแล้วว่าเค้าไม่น่าจะหลอกฉัน แต่ก็โชคร้ายจริงๆเลยที่แฟนเค้าดันท้องซะได้
แต่พอฉันถามว่าเค้าจะเอายังไงต่อไประหว่างเรื่องของเรา เค้าก็กลับเงียบ แล้วบอกว่าพี่ขอเวลาคิดหน่อย

ไม่ว่าทางเดินข้างหน้าจะเจ็บปวดแค่ไหน ฉันจะต้องกลายเป็นคนผิดบาปยังไงฉันก็ไม่แคร์ ขอแค่ให้เค้าอยู่กับฉันก็พอใจแล้ว ฉันไม่ต้องการหลบๆซ่อนๆ อีกต่อไปแล้ว ฉันทนรับสภาพแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วนะ ฉันเห็นสายตาของคนที่มองมา พวกเขามองเหมือนฉันเป็นเมียน้อยพี่ตี๋ ฉันไม่ใช่ทั้งเมียน้อยและกิ๊กด้วยซ้ำไป ความรักของเราสองคนมันบริสุทธิ์ สวยงามมากกว่านั้นนะ ฉันผิดเหรอที่เค้ารักฉัน ในเมื่ออยู่กับฉันแล้วเค้ามีความสุขมากกว่าอยู่กับแฟนเค้า ฉันดีกว่า ฉันเหมาะสมกว่า ฉันรักเค้าจริงๆ แต่จะให้ฉันเป็นแบบนี้ฉันก็ทนไม่ได้ ฉันไม่อยากให้เด็กคนนั้นเกิดมาเลยด้วยซ้ำ ฉันอยากให้เค้าเลิกกันแล้วมารักฉันคนเดียว ฉันควรจะทำยังไงดี ใครก็ได้ บอกฉันที

 

 

 

4 มิ.ย. 50 (วันจันทร์)

เพิ่งจะมีแรงเขียนไดอารี่แหละ
ชีวิตของฉันทำไมต้องเจอแต่ผู้ชายเฮงซวยนะ
ตอนเรียนมหาลัย แบงค์ก็มาคบกับฉัน คบกันอยู่ตั้ง 4  ปี แต่พอเรียนจบ ก็เลิกกันเพราะแบงค์มีแฟนใหม่ ทั้งที่บอกว่ารักฉันนักหนา แฟนใหม่ของแบงค์ก็ไม่มีอะไรสู้ฉันได้ สวยก็ใช่ แต่ก็สวยแบบจัดจ้าน ไม่เห็นจะน่ารักสักนิด นิสัยก็หยิ่ง ผู้ชายทีไหนเข้าไปคุยด้วยก็โดนตอกหน้าหงายกลับมาทุกคน อันนี้เพื่อนผู้ชายเล่ามานะ ไม่รู้ว่าแบงค์ตาต่ำคว้าไปได้ยังไงกัน
ทั้งที่ตลอดเวลาที่อยู่มหาลัย ฉันมีคนมาจีบตั้งมากมาย ฉันก็ยังสนแต่แบงค์คนเดียว ... ไม่รู้เหมือนกันนะ เพื่อนฉันก็สวยกว่าฉันตั้งเยอะแยะมากมาย แต่ทำไมมีแต่ฉันก็ไม่รู้ ที่มีผู้ชายเข้ามาหา อาจเป็นเพราะฉันเป็นคนง่ายๆ เป็นกันเอง เข้ากับคนง่าย ยิ้มง่าย ไม่ดูสวยหยิ่งเหมือนแม่พวกเพื่อนๆล่ะมั้ง
ฉันชอบรู้จักคนเยอะๆ ชอบเจอคนมากหน้าหลายตา นี่ละมั้งเลยทำให้ฉันมีเสน่ห์แบบที่พวกเพื่อนๆฉันไม่มี

พอมาเจอพี่ทิว พี่ทิวที่ตรงเสป๊คของฉันทุกอย่าง ก็ดันมามีแฟนอยู่แล้ว พี่แหม่มแฟนพี่ทิวก็ดุยังกะหมา แค่มองหน้าฉันยังหนาวๆ ความรักของฉันกับพี่ทิวก็เลยมีอันต้องจบเห่

แต่ก็ไม่มีอะไรเลวร้ายเท่ากับไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนล่าสุดของฉัน....

นี่ฉันเพิ่งกลับจากแพร่ กลับไปพักที่บ้าน ไม่ไหว อยู่แถวนี้แล้วมันหงุดหงิดหัวใจ อ้อ ฉันเลิกกับพี่ตี๋แล้วนะ เลิกแล้วเด็ดขาดเลย พอกันทีกับผู้ชายแบบนั้นน่ะ
ฉันคิดว่า ถ้าแฟนเค้ารู้เรื่องของฉัน เค้าต้องเลิกกันแน่ๆ ฉันก็เลยสืบจนได้เบอร์ของยัยนั่นมา แล้วโทรไปหา

ฉันทั้งร้องไห้ ขอร้องสารพัด บอกว่าฉันกับพี่ตี๋มีความสัมพันธ์กันถึงขั้นไหนต่อไหน แต่ผู้หญิงคนนั้นก็แค่ฟัง แล้วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยมาก หน้าด้านจริงๆเลย
แถมวันถัดมา พี่ตี๋ก็มาโกรธฉันอีก หาว่าฉันก้าวก่ายมากเกินไป สุดท้าย เราสามคนก็เลยต้องนัดคุยกันเพื่อเคลียร์ ฉันมันโง่เองที่นึกว่าเค้าจะเลือกฉัน เพราะเค้าพูดเต็มปากเต็มคำว่าขอเลือกลูกกับเมีย เลวที่สุดเลย
ยัยนั่นก็โง่มาก ฉันถามว่าแล้วเธอยอมให้อภัยผัวเธอได้เหรอไง หล่อนก็ตอบหน้าตาเฉยว่ายกโทษให้ได้ ขอให้กลับไปเป็นครอบครัว เป็นพ่อของลูกที่ดีก็พอ ฮึ......เลวพอกัน
แบบนี้จะให้ฉันทำยังไงได้ อยากได้กันนักก็เอาไปเลย ฉันยกให้ก็ได้ กะอีแค่ผู้ชายคนเดียว ฉันจะหาเอาอีกเมื่อไหร่ก็ได้

 

ที่ทุเรศก็คือ เรื่องแบบนี้เจ้านายควรจะลงมารับผิดชอบสิ มันไม่ยุติธรรมเลยที่ฉันจะเป็นฝ่ายเสียหายอยู่ฝ่ายเดียว ฉันส่งเมสเสจไปหาเจ้านายว่าฉันขอลางาน เพราะไปทำแท้ง จริงๆฉันไม่ได้เป็นอะไรซักแอะหรอก แต่อยากให้เจ้านายสนใจบ้าง ว่าฉันกับพี่ตี๋มีความสัมพันธ์เกินเลย แล้วเค้าไม่รับผิดชอบฉัน คนแบบนั้นน่ะควรจะถูกพิจารณาให้ออกถึงจะถูกสิ
แต่ผลคือเจ้านายฉันทำเหมือนไม่สนใจ บอกแต่ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ให้กระทบกับเรื่องงาน แบบนี้มันไม่แฟร์เลยนี่นา แต่คิดว่าฉันจะลาออกเพราะอับอายเหรอ ฝันไปเถอะ ฉันไม่มีวันไปไหนทั้งนั้นแหละ

 

13 ก.ค. 50 (วันศุกร์)

กินข้าวคนเดียวอีกแล้ว เบื่อๆๆๆๆๆ เซ็งๆๆๆๆๆๆ
ฉันไม่อยากจะไปง้อขอกินกับพวกผู้หญิงคนอื่นๆ ในแผนกหรอก พวกนั้นน่ะ เกลียดขี้หน้าฉันตั้งแต่ฉันคบกับพี่ตี๋แล้ว ไม่รู้สิ คงจะหมั่นไส้ อิจฉา หรืออะไรมั้ง ใครจะสนล่ะ แม่พวกนั้นน่ะ ดีแต่จับกลุ่มนินทา แต่ไม่เห็นใครจะมีผัวเป็นตัวตนซักคน ผู้ชายน่ะ ไม่ชอบผู้หญิงที่ชอบจับกลุ่มกันอย่างนั้นหรอก และฉันก็จะอยู่คนเดียวอีกไม่นานหรอก คอยดูละกัน

 

27 ก.ค. 50 (วันศุกร์)
ชอบเขียนไดอารี่วันศุกร์นะ จะได้มีเวลานอนคิดนอนเขียนนานๆ
คนเรามักจะมองข้ามของใกล้ตัวไปนะ ฉันก็เหมือนกัน
ก่อนที่พี่ตี๋จะเข้ามามีอิทธิพลกับฉัน ฉันลืมเล่าไปสิว่า ฉันเคยสนิทกับพี่เอกมาก่อน เค้าก็อยู่แผนกเดียวกันนั่นแหละ ก่อนหน้านั้นฉันก็ชอบไปกินข้าวกับเค้าบ้างบางครั้ง ว่างๆ ก็จะเข้าไปหาเค้าที่ห้อง ให้เค้าช่วยสอนทำนั่นโน่น ฉันชอบเรียนโปรแกรมใหม่ๆ น่ะ ฉันอยากมีความรู้มากๆ เพราะงี้เราก็เลยสนิทกัน แต่ตอนนั้นฉันมันหน้ามืดตามัวเองที่ไปชอบพี่ตี๋ เพราะคิดว่าเค้าเป็นผู้ใหญ่กว่า อบอุ่นกว่า เป็นคนดีกว่า ที่ไหนได้ ฉันกลับมองข้ามคนที่ดีกับฉันมาตลอด ตอนที่ฉันคบพี่ตี๋ ไม่รู้พี่เอกจะเสียใจแค่ไหนนะ พี่เค้าคงรู้สึกแย่แน่ๆเลย

 

พี่เอกเป็นคนใจดีมากเลย เห็นฉันกินข้าวคนเดียวก็เลยเข้ามาถาม บอกว่าถ้าไม่มีคนกินเป็นเพื่อน ทีหลังไปกินด้วยกันก็ได้ ฉันเพิ่งสังเกตดู พี่เอกก็ไม่มีคนไปกินด้วยเหมือนกัน พี่เค้าบอกว่าพี่เค้าสนิทกับคนในออฟฟิตนี้แค่คนเดียวคือพี่แก้ว ที่เป็นเซลล์ แต่พี่แก้วไม่ค่อยเข้าออฟฟิต พี่เอกก็เลยต้องไปกินข้าวคนเดียวบ่อยๆ

 

เห็นมั้ย ฉันบอกแล้วว่า คนอย่างฉันน่ะเหรอ จะได้อยู่คนเดียว ไม่มีทาง

 

11 ส.ค. 50 (วันเสาร์)

ไปกินเหล้ามา เมา.....
พี่เอกกับพี่แก้วชวนไปกิน
โอย ปวดหัวจัง
ฉันไม่ชอบกินเหล้านะ มันเมา แต่ถ้าวอดก้าหรือสปายก็กินได้ แต่กินนิดเดียวก็เมาแล้วล่ะ
วันนี้พี่เอกมาส่งที่ห้อง

 

15 ส.ค. 50 (วันพุธ)

เร็วไปมั้ยอ่ะ? ฮ่าๆๆๆ ไม่เห็นเป็นไรเลยเนอะ
ก็....วันนี้พี่เอกมาส่งฉันที่ห้อง เรานั่งคุยกันนานไปหน่อย แหม ฉันก็ไม่ได้อยากจะให้มันปุบปับรวดเร็วอะไรแบบนี้หรอกนะ แต่ฉันก็ชอบเค้า เค้าก็ชอบฉัน เราก็เลย.....(ว้ายๆๆ ฉันไม่เขียนดีกว่า)

นั่นแหละๆๆๆ แต่มันก็เจ๋งมากๆๆ เลยนะ พี่เอกเนี่ย เก่งกว่าพี่ตี๋ห้าร้อยเท่าได้ (เขิลลล)
โอ๊ย นี่ฉันกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่เนี่ย ไม่เอาดีกว่า
แค่นี้ก่อนนะ คืนนี้พี่เอกเค้าขอค้างที่ห้องฉันล่ะ ฉันต้องรีบเก็บสมุดไปซ่อนก่อนล่ะ เดี๋ยวเค้าออกมาจากห้องน้ำแล้วจะเห็น

ฮิๆๆ

 

20 ก.ย. 50 (วันพฤหัส)

นี่ ฉันไปตัดผมมาล่ะ ก่อนหน้านี้ไว้ยาวเกินครึ่งหลังเลย มันก็สวยดีหรอกนะ แต่ฉันเบื่อ อยากเปลี่ยนบ้าง
เปลี่ยนแฟน ก็ต้องเปลี่ยนลุค ฉันตัดบ๊อบเท ทรงเดียวกับพี่ที่เป็นพีอาร์เลย แต่พี่เค้าแก่แล้ว ตัดแล้วฉันว่าดูแปลกๆ แต่ฉันยังเด็กกว่า ตัดได้ ไม่แปลก ฉันตัดหน้าม้าด้วยนะ ไม่มีใครกล้าตัดเหมือนฉันหรอก ช่างทำผมบอกว่า ทรงนี้ไม่สวยจริงตัดไม่ได้นะ แหม เขินจัง

พวกสาวๆคนอื่นมองตาค้างกันใหญ่ ประมาณว่าอิจฉาเพราะไม่มีใครกล้าตัดทรงเดียวกับฉัน พวกนั้นน่ะ สวยเหมือนๆกันไปหมด ไม่มีอะไรพิเศษ แต่พอฉันตัดทีนึง คนก็คงจะตะลึงกัน ก็แค่นั้นล่ะมั้ง โฮะๆๆ

ฉันแอบเห็นพี่ตี๋เหล่มองฉันด้วย แต่ฉันไม่สนใจหร้อก

พี่เอกบอกว่าฉันสวยขึ้นกว่าเดิม แหม ปากหวานจริง

 

วันนี้มีอาร์ตมาใหม่หนึ่งคน ชื่อหนุ่ย
หน้าตาก็งั้นๆแหละ แต่เค้าชอบเข้ามาคุยกับฉัน มาถามว่าอะไรเซฟไว้ที่ไหน แหม ฉันดูออกหรอกนะ เรื่องแค่นี้ทำไมเค้าจะไม่รู้ เค้าหาเรื่องจะมาคุยกับฉันมากกว่าล่ะไม่ว่า ฉันเลยแกล้งไปคุยกับหนุ่ยๆเยอะๆ ได้ผลแฮะ พี่เอกหึงฉันน่าดู ท่าทางเค้าโมโหซะด้วย แบบนี้สิ ถึงจะเรียกว่าแฟนกัน
แต่พี่เอกไม่เคยเรียกฉันว่าแฟนเลยแฮะ ... แต่ไม่เห็นจะเป็นไร ชื่อเรียกจะเป็นอะไรก็ช่าง แต่การกระทำมันใช่ เท่านั้นฉันก็พอใจแล้ว

  อ่านตอนที่ 3

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet