ปรารถนาจากรักที่ด้านชา II
posted on 11 Sep 2008 21:36 by virginterritory in WhenLoveGetsStuckJessi Cotterill
แม่บอกว่าฉันหลับไปหลายวัน
ส่วนเขานั้นพ่อแม่รับกลับบ้านไปแล้ว นั่นคือสิ่งที่แม่บอก
อย่างน้อยฉันก็ดีใจที่เขากลับบ้านได้ก่อนฉัน
แม่บอกว่าอีกสองสามวันฉันต้องย้ายโรงพยาบาล
มีบางอย่างที่ต้องให้แพทย์เฉพาะทางเท่านั้นเป็นผู้รักษา ตอนนั้นฉันได้แต่นอนฟังแม่พูด
ฉันอ่อนแรงเกินกว่าจะตอบโต้ ผ้ากอชที่พันรอบใบหน้าไปจนถึงลำคอยังเป็นสิ่งที่ปิดกั้น
ไม่ให้เสียงของฉันเล็ดลอดออกมา
ฉันเชื่อว่าแม่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับฉัน
แฟนฉันก็กลับบ้านไปแล้ว
ฉันไม่มีอะไรต้องห่วง แล้วฉันก็ผล็อยหลับไปอีก
ฉันตื่นขึ้นมาอีกครั้งในอีกโรงพยาบาลหนึ่งพร้อมกับความรู้สึกเจ็บตึงบนใบหน้า
ไม่มีผ้ากอชพันรอบใบหน้าและลำคออีกแล้ว ฉันมองเห็นแม่ยังคงนั่งอยู่ข้างเตียง แม่ทั้งปลอบใจและอธิบายให้ฟังว่าทำไมแฟนถึงไม่มาเยี่ยมฉัน
ฉันก็ไม่โทษเขาหรอก
ถึงเขามาก็คงจำฉันไม่ได้ ใบหน้าฉันเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ฉันเองก็ยังต้องทำความคุ้นเคยกับใบหน้าใหม่ของตัวเองอยู่นาน
สามเดือนผ่านไปเมื่อฉันหายเป็นปกติดีแล้ว
ฉันตัดสินใจไปหาแฟนที่บ้าน
พ่อแม่ของเขายังคงต้อนรับฉันเป็นอย่างดี
ฉันรู้ว่าพวกเขาตกใจกับใบหน้าใหม่ของฉัน
แต่พวกเขาก็มีมารยาทพอที่จะไม่แสดงอาการออกมามากนัก
ฉันดีใจที่เห็นแฟนอีกครั้ง บาดแผลและรอยฟกช้ำต่าง
ๆ บนตัวเขาค่อย ๆ จางลงแล้ว
เขาดูมีสุขภาพแข็งแรงดี หน้าตาสะอาดสะอ้าน ตัดผมสั้นเกรียน
ฉันยิ้มทัก
เขายิ้มตอบอย่างเย็นชา ดวงตามิได้ส่อแววดีใจที่ได้พบเจอฉันอีกครั้ง
ฉันบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร ในเมื่อฉันรักเขา
ฉันต้องทนได้ ฉันบอกกับตัวเองว่าสักวันเขาจะมองเห็นว่าฉันคือคนเดิมของเขา
และเป็นคนเดียวที่รักเขามาตลอด
มันอาจจะฟังดูโง่ แม่ก็บอกให้ฉันทำใจ
แต่พ่อแม่ของเขาดีใจทุกครั้งที่ฉันไปหาที่บ้าน
แม้จะเกรงใจอยู่บ้าง
ที่ลูกชายตัวเองมิได้รู้สึกรู้สาอะไรกับการมาของฉัน
แต่พวกเขาก็ปล่อยให้เราอยู่กันตามลำพังสองคน
บางทีฉันก็ชวนเขาออกไปขับรถเล่นข้างนอก บางทีเราขับรถไปกันถึงต่างจังหวัด
เวลาที่อยู่กันตามลำพังสองคน ฉันมักจะพร่ำบอกเขาเสมอว่าแม้ใบหน้าฉันจะเปลี่ยนไป แต่ฉันก็ยังเป็นผู้หญิงคนเดิมที่รักเขา เขามองหน้าฉันอย่างสังเวช ไม่พูดว่ากระไร แ้ล้วก็หันกลับไปทำอะไรก็ตามที่เขาทำอยู่ก่อนหน้านี้
นอกจากจะพร่ำบอกรักแล้ว ฉันยังพร่ำบอกเขาอยู่บ่อย ๆ
ว่าอยากทำอะไรแบบที่เคยทำในบ่ายวันพุธเวลาที่เราโดดวิชากิจกรรม
ฉันยอมรับว่าฉันน่าสังเวชถึงขนาดที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน ในเมื่อเขาเฉย ฉันจึงเริ่มด้วยการลูบไล้เรือนร่างแล้วประกบจูบแผ่วเบาไต่เรื่อยลงมา
จนถึงก้อนเนื้อที่สักพักเคยนุ่มนิ่มแต่ตอนนี้กลับกระตุกไหวชูชันขึ้น
จากนั้นจึงเสียดกายขึ้นแนบนั่งและโยกเอนไปมาจนท่อนขาลื่นเปียก
เขาปล่อยให้ฉันทำไปโดยไม่แตะต้องตัวฉันเลยสักนิด
แต่กลับนอนฟังเสียงครวญครางของฉันอยู่เงียบ ๆ ....ให้ตายสิ....
ฉันว่ามันไม่ต่างจากการช่วยตัวเองสักเท่าไหร่เลย
แล้วนี่ฉันต้องทนอยู่ในสภาพแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน
แต่พอนานวันเข้า
สิ่งที่ฉันคอยหักห้ามใจตัวเองมาเสมอก็ส่อเค้าว่าจะห้ามไม่อยู่
ก็ฉันไปติดใจผู้ชายคนหนึ่งเข้าน่ะสิ
มันไม่ใช่คนดีอะไรเลย ออกจะเลวระยำด้วยซ้ำ
เห็นมั้ยว่าฉันสิ้นคิดขนาดไหน
แต่ไ่ม่มีใครรู้เรื่องนี้หรอกนะ มันเป็นเพียงความสัมพันธ์ชั่วคราวที่ฉันพลั้งเผลอไปขณะที่จิตใจกำลังชอกช้ำ
จากความเย็นชาที่ได้รับ
สำหรับฉัน มันเกิดขึ้นง่าย ๆ ตามสูตรอีกนั่นแหละ
ฉันไปนั่งดื่มในบาร์เล็ก ๆ
กับเพื่อน แล้วมันก็เข้ามาคุยกับฉัน