ปรารถนาจากรักที่ด้านชา IV
posted on 11 Sep 2008 21:51 by virginterritory in WhenLoveGetsStuckJessi Cotterill
วันหนึ่งเมื่อฉันตื่นขึ้นหลังจากหายเหนื่อยจากท่่วงท่าอันเผ็ดร้อนของมันมาตลอดบ่าย
ฉันยอมรับว่าฉันเสียดายความถึงอกถึงใจที่มันทำให้ฉันอยู่บ้าง
แต่ความกลัวว่าเรื่องมันจะยืดเยื้อและคนอื่นจะรู้มีมากกว่า ฉันพูดกับมันดี ๆ
ทำนองที่ว่า
เราน่าจะต้องหยุดทำแบบนี้แล้ว
ฉันอ้างว่าอยากใช้เวลาอยู่กับตัวเอง
เพื่อค้นหาว่าจะทำอะไรต่อไปกับชีวิต
เท่านั้นล่ะ มันผลุนผลันลุกขึ้นและตะคอกใส่ฉัน
“มันเป็นใคร!!”
“ใคร...อะไร??” ฉันงง
“ไอ้นั่นมันใหญ่กว่า เด็ดกว่ารึไง”
เห็นไหมว่าสมองมันคิดได้อยู่แค่นี้
ฉันรู้สึกว่าตัวเองก้าวผิดไปก้าวใหญ่กว่าที่คิดไว้มากเลยทีเดียว
ฉันพยายามพูดกับมันดี
ๆ อีกครั้ง
“ฉันไม่ได้กำลังจะไปหาผู้ชายคนอื่นนะ
เราเข้าใจกันตั้งแต่ต้นแล้วไม่ใช่เหรอ
ว่าเราสนุกกันได้ แต่เราคบกันไม่ได้”
แล้วมันก็ตะคอกใส่หน้าฉันอีก “มึงคิดว่ามึงเป็นใครห๊า!!
กูเอาผู้หญิงมาเป็นร้อย
ไม่มีใครเคยบอกเลิกกู!”
จากนั้นมันก็ลุกขึ้นเขวี้ยงข้าวของกระจาย
ฉันนั่งตัวสั่นงันงกอยู่บนเตียง
มันหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่แล้วหันมาชี้หน้าตะคอกใส่ฉันอีกว่า“มึงอย่าคิดนะว่ามึงจะไปไหนรอด ถ้ากูเบื่อแล้วกูจะปล่อยมึงไปเอง!!” จากนั้นมันก็กระทืบเท้าปึงปังออกจากห้อง และ....ล็อกกุญแจห้อง...จากด้านนอก....มันขังฉันไว้ในห้อง
ฉันร้องไห้ ตัวสั่นไม่หาย ลนลานหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่ ฉันกลัวเหลือเกินว่ามันจะพาเพื่อนที่นอนเกลื่อนเมาอยู่ข้างล่างมารุมโทรมฉัน
เหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ก็นึกไม่ออกว่าจะโทรหาใคร จะโทรหาใครก็อาย
ไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันมามั่วกับไอ้เถื่อนนี่ ฉันสงสารพ่อแม่ ฉันอายเพื่อน
ฉันไม่อยากเป็นข่าว ฉันไม่อยากให้แฟนรู้.... เอาล่ะ
ฉันต้องแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าไปก่อน ฉันลุกขึ้นรื้อค้นข้าวของในห้องหวังจะเจออะไรที่จะนำมาใช้เป็นอาวุธได้
คนเถื่่อน ๆ อย่างมันน่าจะมีไม้ มีด หรือปืน ซ่อนไว้ในห้องบ้าง
ฉันรื้อค้น รื้อค้น ยังมิทันเจอปืนห่าหน้าไม้ที่จะเอาเป็นอาวุธ
ฉันก็เหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งซึ่งทำให้กายอ่อนระทวย
มือไม้ที่เพิ่งจะหยุดสั่นไปเมื่อตะกี้กลับมาสั่นอีกจนแทบหยิบจับอะไรไม่ได้
น้ำตาเอ่อท้น
นี่ฉันทำอะไรลงไป
ทำไมฉันถึงได้โง่ซ้ำซากอย่างนี้ ตกเข้ามาอยู่ในรังโจรไม่พอ
มันยังเป็นโจรที่ปล้นเอาอนาคตของฉันไป ปล้นเอาตัวตนของฉันไป
ปล้นเอาความสุขที่ฉันเคยมีกับแฟนไป
ฉันลูบคลำลำคอตัวเอง
รู้สึกเสียวแปลบเมื่อนึกไปถึงคืนนั้น คืนวันพุธที่ฉันซ้อนมอเตอร์ไซด์แฟนออกมาหลังจากที่เราสนุกกันเต็มเหวี่ยง
กลุ่มมอเตอร์ไซด์ที่ขี่สวนมาเอาไม้ฟาดแฟนฉันจนรถเสียหลักล้ม
พวกผู้ชายเหล่านั้นทั้งเตะทั้งกระทืบเขา
ในกลุ่มพวกมันมีผู้หญิงอยู่ด้วย
พวกมันหันมาเล่นงานฉัน จับฉันกดกับพื้น
ฉันยังจำเสียงแกรกยาว
ของใบมีดคัตเตอร์ที่ถูกนิ้วดันลากขึ้น แล้วปลายแหลมของมันก็จรดลงบนใบหน้าของฉัน
ความเจ็บแสบพุ่งปรี๊ดขึ้นบนใบหน้า ฉันกรีดร้องโหยหวน พยายามสบัดดิ้น
แต่นั่นยิ่งทำให้ใบมีดตวัดไปมาบนใบหน้าจนฉันรู้สึกราวกับเนื้อหลุดออกมาเป็นชิ้น ๆ จากนั้นพวกมันคนหนึ่งก็เอามือปิดปากฉันแล้วกระชากสร้อยคอที่ฉันใส่อยู่
ถ้ามันเป็นมืออาชีพ กระชากครั้งเดียวคงหลุด
แต่การที่มันไม่ใช่มืออาชีพจึงเป็นโชคร้ายของฉัน
มันพยายามกระตุกไปทางซ้ายทีขวาที ฉันรู้สึกว่ามันเป็นเวลานานแสนนานชัวกัปกัลล์
ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าและลำคอ
ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการทำร้ายเพื่อชิงทรัพย์ของพวกวัยรุ่นติดยา
แล้วการที่สร้อยเส้นนั้นมาวางนิ่งอยู่ด้านในสุดของลิ้นชักรก
ๆ ในห้องของมัน...
จะให้ฉันตีความหมายว่าอย่างไร? …… มันจะรู้ไหมว่ากี่เดือนที่ฉันต้องนอนโรงพยาบาล
เงินกี่บาทที่ครอบครัวฉันต้องสูญเสียเพื่อทำให้ใบหน้าฉันกลับเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา
เสียงฝีเท้าเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง
ฉันรีบยัดสร้อยใส่กระเป๋ากระโปรงยีนส์รัดรูปของฉันซึ่งยาวจากเอวลงมาคืบกว่า
ๆ
สลัดใบหน้าแห่งความโกรธแค้นออก แล้วสวมใบหน้าเศร้า ๆ ราวกับสำนึกผิด ...
และมันก็ไขกุญแจเปิดห้อง