Jessi Cotterill 

previous

วันหนึ่งเมื่อฉันตื่นขึ้นหลังจากหายเหนื่อยจากท่่วงท่าอันเผ็ดร้อนของมันมาตลอดบ่าย ฉันยอมรับว่าฉันเสียดายความถึงอกถึงใจที่มันทำให้ฉันอยู่บ้าง
แต่ความกลัวว่าเรื่องมันจะยืดเยื้อและคนอื่นจะรู้มีมากกว่า ฉันพูดกับมันดี ๆ
ทำนองที่ว่า เราน่าจะต้องหยุดทำแบบนี้แล้ว ฉันอ้างว่าอยากใช้เวลาอยู่กับตัวเอง
เพื่อค้นหาว่าจะทำอะไรต่อไปกับชีวิต เท่านั้นล่ะ มันผลุนผลันลุกขึ้นและตะคอกใส่ฉัน

มันเป็นใคร!!”

ใคร...อะไร?? ฉันงง

ไอ้นั่นมันใหญ่กว่า เด็ดกว่ารึไง

เห็นไหมว่าสมองมันคิดได้อยู่แค่นี้
ฉันรู้สึกว่าตัวเองก้าวผิดไปก้าวใหญ่กว่าที่คิดไว้มากเลยทีเดียว
ฉันพยายามพูดกับมันดี ๆ อีกครั้ง

ฉันไม่ได้กำลังจะไปหาผู้ชายคนอื่นนะ เราเข้าใจกันตั้งแต่ต้นแล้วไม่ใช่เหรอ
ว่าเราสนุกกันได้ แต่เราคบกันไม่ได้

แล้วมันก็ตะคอกใส่หน้าฉันอีก มึงคิดว่ามึงเป็นใครห๊า!! กูเอาผู้หญิงมาเป็นร้อย
ไม่มีใครเคยบอกเลิกกู
!” จากนั้นมันก็ลุกขึ้นเขวี้ยงข้าวของกระจาย
ฉันนั่งตัวสั่นงันงกอยู่บนเตียง

มันหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่แล้วหันมาชี้หน้าตะคอกใส่ฉันอีกว่ามึงอย่าคิดนะว่ามึงจะไปไหนรอด ถ้ากูเบื่อแล้วกูจะปล่อยมึงไปเอง!!” จากนั้นมันก็กระทืบเท้าปึงปังออกจากห้อง และ....ล็อกกุญแจห้อง...จากด้านนอก....มันขังฉันไว้ในห้อง

ฉันร้องไห้ ตัวสั่นไม่หาย ลนลานหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่ ฉันกลัวเหลือเกินว่ามันจะพาเพื่อนที่นอนเกลื่อนเมาอยู่ข้างล่างมารุมโทรมฉัน
เหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ก็นึกไม่ออกว่าจะโทรหาใคร จะโทรหาใครก็อาย ไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันมามั่วกับไอ้เถื่อนนี่ ฉันสงสารพ่อแม่ ฉันอายเพื่อน
ฉันไม่อยากเป็นข่าว ฉันไม่อยากให้แฟนรู้.... เอาล่ะ ฉันต้องแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าไปก่อน ฉันลุกขึ้นรื้อค้นข้าวของในห้องหวังจะเจออะไรที่จะนำมาใช้เป็นอาวุธได้
คนเถื่่อน ๆ อย่างมันน่าจะมีไม้ มีด หรือปืน ซ่อนไว้ในห้องบ้าง

ฉันรื้อค้น รื้อค้น ยังมิทันเจอปืนห่าหน้าไม้ที่จะเอาเป็นอาวุธ
ฉันก็เหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งซึ่งทำให้กายอ่อนระทวย มือไม้ที่เพิ่งจะหยุดสั่นไปเมื่อตะกี้กลับมาสั่นอีกจนแทบหยิบจับอะไรไม่ได้ น้ำตาเอ่อท้น
นี่ฉันทำอะไรลงไป ทำไมฉันถึงได้โง่ซ้ำซากอย่างนี้ ตกเข้ามาอยู่ในรังโจรไม่พอ
มันยังเป็นโจรที่ปล้นเอาอนาคตของฉันไป ปล้นเอาตัวตนของฉันไป
ปล้นเอาความสุขที่ฉันเคยมีกับแฟนไป

ฉันลูบคลำลำคอตัวเอง รู้สึกเสียวแปลบเมื่อนึกไปถึงคืนนั้น คืนวันพุธที่ฉันซ้อนมอเตอร์ไซด์แฟนออกมาหลังจากที่เราสนุกกันเต็มเหวี่ยง กลุ่มมอเตอร์ไซด์ที่ขี่สวนมาเอาไม้ฟาดแฟนฉันจนรถเสียหลักล้ม
พวกผู้ชายเหล่านั้นทั้งเตะทั้งกระทืบเขา ในกลุ่มพวกมันมีผู้หญิงอยู่ด้วย
พวกมันหันมาเล่นงานฉัน จับฉันกดกับพื้น ฉันยังจำเสียงแกรกยาว
ของใบมีดคัตเตอร์ที่ถูกนิ้วดันลากขึ้น แล้วปลายแหลมของมันก็จรดลงบนใบหน้าของฉัน ความเจ็บแสบพุ่งปรี๊ดขึ้นบนใบหน้า ฉันกรีดร้องโหยหวน พยายามสบัดดิ้น แต่นั่นยิ่งทำให้ใบมีดตวัดไปมาบนใบหน้าจนฉันรู้สึกราวกับเนื้อหลุดออกมาเป็นชิ้น ๆ จากนั้นพวกมันคนหนึ่งก็เอามือปิดปากฉันแล้วกระชากสร้อยคอที่ฉันใส่อยู่
ถ้ามันเป็นมืออาชีพ กระชากครั้งเดียวคงหลุด
แต่การที่มันไม่ใช่มืออาชีพจึงเป็นโชคร้ายของฉัน มันพยายามกระตุกไปทางซ้ายทีขวาที ฉันรู้สึกว่ามันเป็นเวลานานแสนนานชัวกัปกัลล์ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าและลำคอ
ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการทำร้ายเพื่อชิงทรัพย์ของพวกวัยรุ่นติดยา

แล้วการที่สร้อยเส้นนั้นมาวางนิ่งอยู่ด้านในสุดของลิ้นชักรก ๆ ในห้องของมัน...
จะให้ฉันตีความหมายว่าอย่างไร?
…… มันจะรู้ไหมว่ากี่เดือนที่ฉันต้องนอนโรงพยาบาล เงินกี่บาทที่ครอบครัวฉันต้องสูญเสียเพื่อทำให้ใบหน้าฉันกลับเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา

เสียงฝีเท้าเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง
ฉันรีบยัดสร้อยใส่กระเป๋ากระโปรงยีนส์รัดรูปของฉันซึ่งยาวจากเอวลงมาคืบกว่า ๆ
สลัดใบหน้าแห่งความโกรธแค้นออก แล้วสวมใบหน้าเศร้า ๆ ราวกับสำนึกผิด ...
และมันก็ไขกุญแจเปิดห้อง

next

Comment

Comment:

Tweet