ภาพลวง Chapter 2

posted on 06 Oct 2008 10:12 by virginterritory in AMirageofTrueLove

Chapter 1
...........................................................................
รถยนต์
Lexus สีขาวสะท้อนเงาแดดแสบตาแล่นเข้ามาจอดริมทางเท้าหน้าร้าน หยงขยับแว่นกันแดดชาแนลกรอบสีกระ ก่อนถอดหูฟังไอพอดออก หญิงสาวที่ก้าวลงจากรถนั้นสวยสะกดสายตาคนทั้งร้าน ผมสีทอง ไฮไลท์สีบรอนซ์ประกายเงิน ยาวเลยสะบักหลัง ดัดลอนใหญ่สปริงตัวสวย ใบหน้าขาวราวกระเบื้องพอซเลน แต้มด้วยสีพีชประกายทองระเรื่อที่พวงแก้ม ริมฝีปากสีแดงเชอร์รี่ สวมกางเกงขาสั้นกุดกับรองเท้าส้นเข็มสีทองรัดส้นสูงสี่นิ้ว และเธอมาพร้อมกระเป๋าแอร์เมสรุ่นเบอร์กิ้นสีขาวใบเขื่อง

แกรอฉันนานไหม เธอรีบพูดก่อนที่จะทันได้หย่อนก้นลงที่โซฟา
หยงถอดแว่นกันแดดออกก่อนพับเก็บไว้ข้างหนังสือที่เธอกำลังอ่านค้างอยู่

ไม่นาน แค่อ่านจบไปแล้วครึ่งเล่ม เธอยังคงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบและท่วงท่าผู้ดี ไม่มีอากัปกิริยากระโตกกระตาก ลุกลี้ลุกลนเหมือนเพื่อนที่เพิ่งมาถึง
พี่อ๊อดเค้าขอให้ไปส่งเค้าที่สปอร์ตคลับก่อน แล้วฉันถึงจะเอารถมาใช้ได้ แต่เดี๋ยวเสร็จแล้วก็ต้องไปรับเค้านะ ว่าแต่ไอ่นุจกับอีแอ้มเมื่อไหร่จะมา เธอใช้สรรพนามนำหน้าแตกต่างกัน ตามแต่บุคลิกของเพื่อนแต่ละคน
นุจกำลังไปรับแอ้มที่สนามบิน อีกเดี๋ยวคงมาถึง....โน่นไง....มาแล้วมั้ง นั่นใช่รถนุจรึเปล่าล่ะ
ว้าย ใช่สิแก คันเดิมสมัยเรียนนั่นล่ะ ทำไมชั้นจะจำไม่ได้

หญิงสาวสองคนที่เพิ่งลงจากรถญี่ปุ่นกลางเก่ากลางใหม่สีดำ คนหนึ่งไว้ผมยาวประบ่า คาดด้วยที่คาดผมสีขาวเรียบ สวมเสื้อแขนกุดชีฟองหลวมๆ กับกางเกงยีนส์เข้ารูปและรองเท้าคัชชูส้นแบน อีกสาวตัดผมบ๊อบสั้นตามสมัยนิยม กรีดอายไลเนอร์ที่ตาดูคมกริบ ทาปากแดงด้วยลิปสติกเนื้อแมตต์ สวมเสื้อกล้ามขาว กับกางเกงเอวสูงขาบานสีดำ กับรองเท้า lace-up shoes ส้นสูงสีดำมันขลับ สะพายกระเป๋า Gucci ใบเล็ก เดินตรงเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

หวัดดีหยง หวัดดีอีมด ไม่ได้เจอตั้งนาน สาวผมบ๊อบเอ่ยทักเสียงใส ส่วนคนผมยาวเดินรั้งท้าย ค่อยๆ วางกระเป๋าแล้วลงนั่ง ยิ้มแย้มทักทายเล็กน้อย ปล่อยให้เพื่อนสาวทำหน้าที่พูดแทน
ร้อนมากเลยเนอะ ไม่ได้กลับบ้านตั้งนาน ที่นี่ยังแดดแรงเหมือนเดิม เธอว่าพลางเอามือพัดโบกลม คราวนี้ได้หยุดกี่วันนะแก ทำไมกลับมานี่ได้คำถามพรุ่งไปที่หยง หยิงสาวใบหน้าเรียบ ค่อนไปทางจีน มัดผมม้ารวบตึงและมีบุคลิกนิ่งที่สุดในโต๊ะ
คราวนี้ schedule มันว่างหลายวัน เลยขอลาหยุด จริงๆ ก็คร่อมตารางบินเหมือนกัน แต่บินไปแค่สองวัน แล้วกลับ ขี้เกียจไป เลยว่าจะ sick นี่ก็ไปขอใบรับรองแพทย์ไว้แล้ว บอกว่าปวดท้อง
เริ่ดมาก ลาซะบ้างก็ดีย่ะ ฉันอุตส่าห์กลับมาทั้งที ถ้าพวกแกไม่มาให้พร้อมหน้าพร้อมตา ฉันเสียใจแย่ คนผมสั้นยังคงส่งเสียงไม่หยุด
อีแอ้ม เมื่อไหร่แกจะหุบปาก ตั้งแต่เข้ามานี่ได้ยินแต่เสียงแกเจี๊ยวจ๊าว ฉันไม่เห็นนุจมันพูดอะไรเลย มดทนไม่ได้สอดขึ้นมา
ไม่เป็นไร ฉันยังไม่มีอะไรจะพูด นุจรียิ้มน้อยๆ ก่อนหันไปโบกมือเรียกบริกรเพื่อสั่งอาหาร

มดเปิดประเด็นการสนทนาขึ้นมาก่อนหลังจากอาหารเริ่มทยอยเสิร์ฟ สำหรับเธอการกินเงียบๆ เปรียบได้กับหายนะ หล่อนจึงต้องกินไปพูดไป สลับกับเสียงของแอ้มที่คอยสอดเป็นระยะๆ ส่วนหยงกับนุจเป็นฝ่ายฟังและค่อยๆ กิน

แกรู้ไหม กว่าจะนัดออกมาได้ ไอ่นุจมันไม่มาเว้ย มันบอกว่ามันไม่มีตังค์ มดพูดขึ้นมา
ก็มันจริงนี่นา พักนี้ฉันรายจ่ายเยอะ
เยอะอะไรของแกวะ อยู่นี่ค่าครองชีพถูกจะตาย ค่าหอก็ถูก รถพ่อแกก็ช่วยผ่อน ดูฉันสิ ได้เงินเดือนสามหมื่นกว่า แต่ค่าคอนโด ค่าผ่อนรถ ค่ากิน ค่าช้อปปิ้งแทบไม่พอเลยนะ แอ้มเสริมขึ้นมาบ้าง
พวกแกก็หาผัวรวยๆ สิ จะได้สบาย นุจ แกยังคบคนเดิมอยู่ไหม มดหันมาถาม
นุจรีพยักหน้าเบาๆ

โห ดีเนอะ คบกันได้นาน อิจฉาจัง แอ้มร้องเสียงดัง
แล้วแกล่ะ เมื่อไหร่จะคบใครนานๆ จริงจังซะที หยงพูดขึ้นมาบ้าง
จะคบนานๆ ทำไม ก็มันยังหาที่ถูกใจไม่ได้ หาดีไม่ได้ก็ไม่เอา สู้ไปกับคนนั้นที คนนี้ทีดีกว่า เจอใครดีกว่าก็ต้องเอาอยู่แล้ว ฉันยังไม่ลงเอยกับใครง่ายๆ หรอกแก ถ้ายังไม่ได้ที่ดีที่สุด"
ไอ้พวกคบคนที่เปลือกนอก หยงเอาส้อมชี้หน้าด่าเพื่อน แต่ไม่ได้เป็นคำด่าที่จริงจังอะไร พูดเสร็จเธอก็กินต่อ ส่วนคนโดนว่าก็ยักไหล่ ไม่สนใจ
เป็นแกจะไม่เอารึไง อยู่โน่นเจอคนตั้งมากมาย ออฟฟิตฉันตึกสูงสามสิบชั้น คนมีเป็นร้อยเป็นพัน บริษัทโน้นบริษัทนี้ มีให้เลือกไม่หวาดไม่ไหว ไหนจะออกไปเจอลูกค้าข้างนอกอีก ฉันไม่จมอยู่กับผู้ชายคนเดียวหร้อก....อ๊ะ นุจฉันไม่ได้ว่าแกนะ นุจรีพยักหน้าว่าไม่เป็นไร ...ก็นั่นแหละ เป็นแกจะเอามั้ยล่ะ ดีเท่ากัน แต่อีกคนรวยกว่า แกจะไม่เลือกคนรวยเหรอ ตอบฉันมาซิ อีแอร์โอสเตส
ใช่ คบคนรวย สบายจะตายไปแก มดพูด และจังหวะที่หล่อนยกมือขี้นเสยผม ก็ราวกับจะอวดนาฬิกาคาร์เทียร์รุ่นล่า ให้กระทบแสงเข้าตาเพื่อนๆ เต็มเปา
นี่ฉันก็ไม่ได้จะอวดนะ แต่เล่าให้ฟัง ฉันว่ามันก็ไม่เสียหายอะไรนะ ฉันคบพี่อ๊อดนะ สบ๊ายสบาย ทำงานทุกวันนี้ทำขำๆ พี่เค้าบอกว่า ถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ ฉันก็เลยออกจากบริษัทเก่าแล้วล่ะ ตอนนี้รอพี่เค้าเปิดร้านให้ ว่าจะขายของจุกจิกในห้างน่ะ ว่างก็ไปเฝ้าร้าน ไม่ว่างก็ให้เด็กเฝ้า แล้วก็บินไปฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น ไปซื้อของมาขาย คือพี่อ๊อดเค้าไปบ่อยน่ะ ฉันก็ไปกับเค้าอยู่แล้ว เค้าก็เลยว่าน่าจะเปิดร้าน ตอนนี้รอสัญญาเช่าก่อน
หยงกับแอ้มตาโตทันที

ถ้างั้นฉันหิ้วของมาฝากแกขายได้ไหม หยงชิงพูดก่อน
ได้สิ
ดีจัง ตอนนี้ฉันส่งร้านที่มาบุญครอง ได้เดือนละไม่กี่หมื่นหรอก ถ้ามีร้านแกอีกก็ดี จะได้เงินเพิ่ม หยงแสดงท่าทางดีใจจริงจัง
อีมด ผัวแกทำไมรวยจัง ไปหาที่ไหน หาให้ฉันซักคนสิ แอ้มสะกิด
อีบ้า ของแบบนี้มันวาสนาโว้ย พูดแล้วหัวเราะคิกคัก ก็ไหนว่าแกมีให้เลือกสรรไม่หวาดไม่ไหวไง อีนี่ก็...พี่อ๊อดนะ เค้าใจดีกับฉันมากๆ จริงๆ รถฉันมีอีกคันนะแก แต่วันนี้เอาไปเข้าอู่ ฉันถอยไปชนเสาไฟฟ้ามาน่ะ ก็ยังขับไม่ค่อยคล่องหรอก พี่เค้าก็ซื้อคันเล็กๆ ให้นะ รถออสตินมินิน่ะ นี่ ไม่อยากจะเมาท์ อีรถคันนี้นะ ตอนนั้นฉันบอกว่าอยากได้ แล้วเค้าไม่ยอมซื้อให้ ฉันโกรธ หนีออกจากบ้าน แกรู้ไหม อีกวันรถมาจอดหน้าบ้านฉันเลย
เพื่อนๆ อุทานพร้อมกันว่า
โห.......
นุจรีแทบจะทำช้อนหลุดจากมือ

หยงยกน้ำขึ้นมาจิบก่อนกลืนน้ำลาย

แอ้มอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก

แล้วแกล่ะหยง เมื่อไหร่จะแต่งงาน มดเล่าจบก็เปลี่ยนประเด็นมาที่เรื่องของคนอื่น
ฉันคงทำงานไปก่อน สัญญามันตั้งห้าปี นี่เพิ่งทำได้แค่สองปีเอง ส่วนพี่บอย เค้าก็เพิ่งเริ่มเปิดบริษัท ยังไม่เข้าที่เข้าทางหรอก คงอีกซักพักน่ะ
บริษัท? บริษัทอะไรเหรอ นุจรีหันมาถาม
ก็บริษัทสถาปนิกที่เค้าทำกับเพื่อนน่ะ คือเค้าออกจากบริษัทเก่าเค้าแล้วมาเปิดเอง หุ้นกัน ก็คุณพ่อเค้าช่วยออกเงินนิดหน่อย ฉันก็ยังต้องบินไปบินมา พี่บอยก็ไม่ค่อยได้อยู่เมืองไทย ยังไม่พร้อมจะแต่งหรอก
ฟังดูดีจัง นุจรีพูดยิ้มๆ

อาหารหมดจานแล้ว เสียงพูดคุยยังจ๊อกแจ๊กเป็นนกกระจอกแตกรังไม่หยุด มดขอตัวกลับก่อนเพราะต้องไปรับแฟนที่สปอร์ตคลับ หล่อนยกนาฬิกาคาร์เทียร์รุ่นล่าขึ้นดูแล้วทำท่าร้อนรน ก่อนยกโทรศัพท์ไอโฟนขึ้นมากดหน้าจอด้วยระบบสัมผัส บอกปลายสายกว่ากำลังจะรีบไปด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานจนน่าขนลุก หญิงสาวคว้ากระเป๋าเบอร์กิ้นหนังสีขาวมันปลาบ ก่อนหยิบแบงค์พันยื่นให้เพื่อนพร้อมคำว่า ไม่ต้องทอน ก่อนเดินตัวปลิวจากไป

หยงรับเงินมา เก็บใส่กระเป๋าสตางค์ใบยาวขนาดกลางลายโมโนแกรมของหลุยส์วิตตอง โบกมือเรียกบริกรพร้อมยื่นบัตรเครดิตวีซ่าแพลตตินั่ม หญิงสาวบรรจงเปิดออร์กาไนเซอร์เล่มเล็กปกหนังสีแดงลายริ้วสลักตัวอักษรว่า LV ไขว้กัน จดบันทึกยุกยิกลงวันที่ในตาราง เป็นการนัดหมายครั้งต่อไปของพวกเธอในอีกสองเดือนหน้า ก่อนม้วนเก็บสายเครื่องเล่นไอพอดทัช เก็บลงกระเป๋าลายโมโนแกรมยี่ห้อเดียวกัน รุ่น neverfull

แอ้มเปิดกระเป๋า Gucci ใบเล็ก หยิบกระเป๋าสตางค์ Kate spade หยิบธนบัตรใบละ 500 หนึ่งใบ เป็นค่าอาหารสำหรับวันนี้
นุจรีเปิดกระเป๋าหนัง
Guess สีขาวครีมรุ่นล่าสุด หยิบธนบัตรใบละ 100 สามใบ สำหรับค่าอาหาร
ฉันต้องทอนแกไหมนุจ หยงหันมาถาม
อือ ทอน 40 บาท นุจตอบ แล้วถอนหายใจ

.......................................................................................
continue Chapter 3

Comment

Comment:

Tweet